โรคราสีชมพู (Pink disease) เข้าทำลายต้นยางพาราที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป หรือเมื่อต้นยางเริ่มสร้างทรงพุ่ม โดยเฉพาะตรงบริเวณคาคบทำให้ต้นยางแคระแกร็น ไม่สามารถเปิดกรีดได้เมื่อถึงกำหนด ถ้าเชื้อเข้าทำลายคาคบอย่างรุนแรง อาจทำให้ต้นยางพารายืนต้นตาย
สาเหตุของโรคราสีชมพู
เกิดจากเชื้อรา Corticium salmonicolor Berk. & Br.
ลักษณะอาการของโรคราสีชมพู
เริ่มแรกเปลือกบริเวณคาคบ กิ่งก้าน และลำต้น จะปริแตกมีน้ำยางไหลติดอยู่ตามเปลือก เมื่ออากาศชื้นจะเห็นเส้นใยสีขาวที่ผิวเปลือกยาง แผลจะขยายเป็นบริเวณกว้างออกไป เมื่อเชื้อเจริญเต็มที่จะมองเห็นเป็นสีชมพู ซึ่งเป็นระยะที่เชื้อเจริญเข้าไปในเปลือกและลุกลามไปยังลำต้น ทำให้เปลือกแตกและกะเทาะออก น้ำยางไหลออกมาจับตามกิ่งก้านและลำต้นเป็นทาง เมื่อน้ำยางแห้งจะมีราดำเข้าจับเห็นเป็นทางสีดำ ใต้บริเวณแผลจะมีการแตกกิ่งใหม่ขึ้นเหมาะสม เชื้อราจะพักตัว สีชมพูที่เคยปรากฎจะซีดลงจนเป็นสีขาว เมื่อถึงฤดูฝนปีถัดไป จะเริ่มเจริญลุกลามต่อไป
การแพร่ระบาดของโรคราสีชมพู
โรคนี้ระบาดรุนแรงในสภาพอากาศชุ่มชื้น มีปริมาณน้ำฝนสูง เมื่ออากาศแห้ง เชื้อราจะพักตัวและเจริญลุกลามต่อในฤดูฝนปีถัดไป เชื้อราระบาดโดยลม และฝน
พืชอาศัยของเชื้อราโรคราสีชมพู
กาแฟ โกโก้ ชา มะม่วง ขนุน ทุเรียน เงาะ
การป้องกันกำจัดของโรคราสีชมพู
- ดูแลรักษาสวนยางพาราให้โปร่ง อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่อับชื้น
- ไม่ควรปลูกพืชอาศัยเป็นพืชร่วมยางหรือพืชแซมยางพารา
- ต้นยางพาราอายุน้อย ถ้าเป็นโรครุนแรงจนถึงกิ่งแห้งตาย และมีกิ่งใหม่งอกใต้รอยแผล ควรตัดแต่งกิ่งแห้งตายทิ้ง โดยตัดให้ต่ำกว่ารอยแผลประมาณ 2-3 นิ้ว แล้วทาสารเคมีเคลือบบาดแผล
- ต้นยางพาราที่ยังไม่เปิดกรีด เมื่อเป็นโรคแนะนำให้ใช้สารเคมีบอร์โดมิกซ์เจอร์ (Bordeaux mixture) ที่มีอัตราส่วนผสมจุนสีหนัก 120 กรัม ปูนขาวหนัก 240 กรัม (ถ้าเป็นปูนเผาใหม่ใช้ประมาณ 150 กรัม) ผสมน้ำ 10 ลิตรโดยผสมใหม่ๆ ทาบริเวณที่เป็นโรค ไม่แนะนำให้ใช้กับต้นยางพาราที่เปิดกรีดแล้ว เนื่องจากสารทองแดงซึ่งเป็นส่วนผสมของบอร์โดมิกซ์เจอร์ จะไหลลงไปผสมกับน้ำยางที่กรีดได้ ทำให้คุณภาพนำยางเสื่อมลง
- เมื่อตรวจพบที่เป็นโรคให้ขูดเปลือกบริเวณรอยแผลออกก่อนแล้วทาสารเคมี เช่น
- เบโนมิล (benomyl) ที่พบและมีจำหน่ายในชื่อการค้า เช่น เอพรอน 50% WP โดยใช้ในอัตรา 50-100 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร ขูดเปลือกบริเวณรอยแผลออก
- ไดรดีมอร์ฟ (tridemorph)ที่พบและมีจำหน่ายในชื่อการค้า เช่น คาลิกซิน 70% EC โดยใช้ในอัตรา 60-120 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร แล้วทาสารเคมี
หมายเหตุ: อ้างอิงข้อมูลจาก โรคและศัตรูยางพาราที่สำคัญในประเทศไทย, สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, 2549
6. ศึกษาและทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อว่า Eraser-1 และ Pathway # IPP (อิเลเซอร์วัน และ พาทเวย์)จากกระทู้นี้ดูครับ (คำแนะนำเพิ่มเติมจาก"ยางพาราวันนี้")
- 30/04/2008 17:00 - โรคเปลือกแห้งยางพารา
- 24/03/2008 00:29 - โรคตายจากยอด



ยางพาราวันนี้!

