การปลูกพืชคลุมดินชนิดผสม
การปลูกพืชคลุมดินชนิดผสม
การเตรียมเมล็ดพืชคลุม
- เตรียมและผสมเมล็ดพืชคลุมดิน คาโลโปโกเนียม : เซนโตรซิมา : เพอราเรีย ในอัตราส่วน 5 : 4 : 1 หรือ 2 : 2 : 1 หรือ 1 : 1 : 1
- เนื่องจากเมล็ดพืชคลุมมีเปลือกหุ้มเมล็ดแข็ง ทำให้น้ำซึมผ่านเข้าไปในเมล็ดยาก จึงควรกระตุ้นให้เมล็ดงอกดีขึ้น โดยนำไปแช่ในน้ำอุ่น (น้ำเดือด:น้ำเย็น อัตรา 2:1 ) นาน 12 ชั่วโมง เทน้ำออก นำไปผึ่งให้พอแห้งหมาด ๆ (หรือจะแช่เมล็ดพันธุ์ในกรดซัลฟูริคเข้มข้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 นาน 30 นาที นำไปล้าง แล้วผึ่งให้แห้งพอหมาด ๆ)
- ผสมปุ๋ยหินฟอสเฟตในอัตราส่วน 1.5 เท่าของน้ำหนักเมล็ดพืชคลุม คลุกเมล็ดพืชคลุมกับปุ๋ยให้เข้ากันให้ทั่ว
- ใช้เมล็ดพืชคลุม อัตราไร่ละ 1 กก.
ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการปลูก
ควรทำการปลูกพืชคลุมดิน ต้นฤดูฝน เพื่อให้พืชคลุมดินเจริญเติบโต และเถามีความแข็งแรงเพียงพอก่อนเข้าฤดูแล้ง
วิธีการปลูก
เพื่อให้พืชคลุมดินเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วและหนาแน่น คลุมพื้นที่และควบคุมวัชพืชได้เร็วขึ้น จึงควรกำจัดวัชพืชและควบคุมวัชพืชก่อนปลูกโดยการไถพรวน หรืออาจใช้สารเคมีฉีดพ่น(กรณีจำเป็น)ซึ่งมีทั้งสารเคมีประเภทก่อนวัชพืชงอกและประเภทหลังวัชพืชงอก เตรียมเมล็ดพันธุ์ไว้ อัตราไร่ละ 1 กก.จากนั้นให้พิจารณาเลือกวิธีปลูก ดังนี้
- ปลูกแบบหว่าน โดยหว่านให้ห่างจากแถวต้นยางพาราด้านละ 2 เมตร เหมาะกับสวนยางพาราที่โล่งเตียนและเตรียมพื้นที่อย่างดี
- ปลูกแบบเป็นแถว โดยปลูกเป็นแถวห่างกัน 2 เมตร จำนวน 3 แถว เหมาะกับสวนยางพาราที่ปลูกพืชแซม และสวนยางที่อยู่บนที่ลาดเท
- ปลูกแบบเป็นหลุม โดยใช้ระยะ 30 x 100 ซม. จำนวน 5 แถว เหมาะสำหรับสวนยางพาราที่มีวัชพืชไม่หนาแน่น
การบำรุงรักษาพืชคลุม
ควรใส่ปุ๋ยหินฟอสเฟต (0-3-0) เพื่อให้พืชคลุมเจริญเติบโตได้เร็ว แข็งแรง และเพิ่มปริมาณเศษซากทำให้ต้นยางพาราเจริญเติบโตได้ดีขึ้น โดยหว่านในแถวพืชคลุมดิน ตามช่วงเวลาและอัตราการใส่ ดังนี้
อายุพืชคลุมดิน 2 เดือน อัตราปุ๋ย 15 กิโลกรัมต่อไร่
อายุพืชคลุมดิน 5 เดือน อัตราปุ๋ย 30 กิโลกรัมต่อไร่
อายุพืชคลุมดิน 9 เดือน อัตราปุ๋ย 30 กิโลกรัมต่อไร่
ปีต่อ ๆ ไป ปีละครั้ง อัตราปุ๋ย 30 กิโลกรัมต่อไร่
ข้อควรปฏิบัติในฤดูแล้ง
ควรทำแนวป้องกันไฟกว้าง 8 เมตร รอบ ๆ สวนและตลบเถาพืชคลุมในระหว่างแถวต้นยางพาราให้ห่างจากต้นยางประมาณ 1 เมตร
การปลูกพืชคลุมดินชนิดซีรูเลียม
การปลูกพืชคลุมดินซีรูเลียม
วิธีการปลูก
สามารถปลูกโดยใช้เมล็ดพันธุ์ดังเช่นพืชคลุมผสมทั่วไป หรือจะปลูกด้วยเถาโดยการปักชำ ก็ได้เช่นกัน
การเลือกเถาเพื่อปักชำ
เถาที่นำมาใช้ปักชำ ต้องเป็นเถาหนุ่มไม่อ่อนหรือแก่เกินไป สังเกตได้จากที่ข้อจะมีปุ่มรากสีขาวหรือมีรากออกเล็กน้อยตัดเถาท่อนละ 2 ข้อ ใส่ถุงพลาสติก และรัดปากให้แน่น เพื่อให้เถาสด ไม่เหี่ยวเฉาก่อนนำไปปักชำ การปักชำ อาจใช้วิธีปักชำในถุงหรือปักชำในแปลงเพาะชำก็ได้
การปักชำในถุง
ใช้ถุงเพาะชำขนาด 2 X 4 นิ้ว กรอกดินผสมลงไปให้เต็ม รดน้ำให้ชุ่มแล้วจัดเรียงเป็นแถวไว้รอปักชำต่อไป ดินผสมที่กล่าวข้างต้น ใช้ดินร่วน 1 ลูกบาศก์เมตร ผสมปุ๋ยหินฟอสเฟต ครึ่งกิโลกรัมคลุกเคล้าปุ๋ยและดินให้เข้ากันดี จากนั้นให้นำเถาที่เตรียมไว้ ปักชำในถุงให้ส่วนข้อจมอยู่ใต้ดิน 1-2 เซนติเมตร ถุงละ 3-4 ท่อน กดดินในถุงให้แน่นพอประมาณ จัดเรียงไว้ในที่ร่มรดน้ำให้ชุ่ม และหมั่นรดน้ำอยู่เสมอ ตลอดจนปักซ่อมเถาที่ตาย ภายในเวลาประมาณ 1 เดือน เถาที่ปักชำจะแตกรากและแตกยอดแขนงประมาณ 3-4 แขนง รอจนใบแก่ก็พร้อมนำไปปลูกลงแปลงได้
การปักชำในแปลงเพาะชำ
ให้เตรียมแปลงเพาะชำในที่ร่มด้วยการใช้ขี้เถ้าแกลบ ยกแปลงปลูกกว้างประมาณ 1 เมตร หนาประมาณ 4-5 นิ้วแล้วรดน้ำให้ชุ่ม ปักชำเถาพันธุ์ ระยะห่างประมาณ 2 นิ้วกดขี้เถ้าแกลบให้แน่นพอประมาณ แล้วรดน้ำให้ชุ่ม และดูแลรักษาเช่นเดียวกับการปักชำในถุง หากฤดูปักชำเป็นฤดูแล้งอาจใช้ไม่ไผ่ทำโครงหลังคาแล้วใช้พลาสติกคลุมเพื่อช่วยให้แปลงเพาะชำมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอทั้งช่วยประหยัดเวลาและน้ำได้อีกด้วย วิธีนี้เหมาะสำหรับการเตรียมพันธุ์สำหรับใช้ปลูกในพื้นที่จำนวนมาก เมื่อเถาที่ปักชำแตกรากและแตกยอดแขนงประมาณ 3-4 แขนง รอจนใบแก่ ก็พร้อมนำไปปลูกลงแปลงต่อไป
การบำรุงรักษาพืชคลุม
เพื่อเร่งพืชคลุมให้เจริญเติบโตได้เร็วสามารถคลุมพื้นที่ได้หนาแน่น ให้ใส่ปุ๋ยหินฟอสเฟตหลังจากปลูกพืชคลุม 1-2 เดือนในอัตราไร่ละ 15 กิโลกรัม และใส่ปุ๋ยบำรุงสูตร 15-15-15 ในอัตราไร่ละ 15 กิโลกรัม ปีละ 2 ครั้ง ในช่วงต้นฤดูฝนและปลายฤดูฝน
การเก็บเกี่ยวเมล็ดซีรูเลียม
พืชคลุมซีรูเลียมให้ผลผลิตครั้งแรกได้ภายหลังการปลูกไปแล้วประมาณ 1 ปี ฝักพืชคลุมที่เหมาะสมต่อการเก็บเกี่ยวสังเกตได้จากสีของฝักเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล
วิธีเก็บเกี่ยวให้ใช้กรรไกรตัดฝักเมล็ดพืชคลุมออกจากต้น ไม่ควรใช้วิธีดึงหรือเด็ดออกจากต้น เพราะอาจทำให้เถาหักเสียหายได้จากนั้นนำฝักที่เก็บได้ไปตากแดด เพื่อช่วยให้เมล็ดกะเทาะออกจากฝักได้ง่าย แต่ในปีแรกไม่ควรเก็บผลผลิตไปจำหน่ายทั้งหมด ควรปล่อยให้เมล็ดร่วงหล่นในแปลงบ้างตามความเหมาะสมเพื่อช่วยให้พืชคลุมในแปลงหนาแน่นมากขึ้น
ข้อควรปฏิบัติในฤดูแล้ง
ควรทำแนวป้องกันไฟกว้าง 8 เมตร รอบ ๆ สวนยางพาราและตลบเถาพืชคลุมในระหว่างแถวต้นยางพาราให้ห่างจากต้นยางประมาณ 1 เมตร
หมายเหตุ: ภาพและข้อมูลอ้างอิงจาก http://tonklagroup.blogspot.com
- 16/08/2008 17:00 - คุณค่าและประโยชน์ของพืชคลุมดินต่อต้นยางพารา
- 15/08/2008 17:00 - ชนิดและพันธุ์พืชคลุมดินในสวนยางพารา





