แต่เดิม พื้นที่ปลูกยางพาราส่วมมากมักอยู่ในเขตภาคใต้, ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ในปัจจุบันนี้ การปลูกยางพารา ได้กระจายครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น รวมทั้งพื้นที่ทางภาคเหนือและภาคกลางในหลายจังหวัดด้วย พื้นที่ปลูกยางพาราส่วนใหญ่อาจมาจากป่ารกร้าง, ป่าเสื่อมโทรม, พื้นที่ตามเชิงเขาและที่ลาดที่ไม่ชันมากนัก และมาจากการปลูกยางเป็นรอบที่สองมากขึ้นด้วยเช่นกัน วัชพืชในสวนยางพารา จึงมีหลากหลาย ทั้งวัชพืชฤดูเดียว(เป็นวัชพืชที่ครบวงจรชีวิตในฤดูเดียว ส่วนมากจะขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด) และวัชพืชข้ามปี(เป็นวัชพืชที่มีชีวิตยืนยาวข้ามปี ส่วนมากจะขยายพันธุ์ต้น, รากเหง้า, หัว และไหล ได้ดีกว่าขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด)
นอกจากนี้ เราสามารถแยกวัชพืชในสวนยางพาราได้อีก เป็น 2 ประเภทใหญ่ ได้แก่ วัชพืชประเภทใบแคบ(ใบยาวเรียว เส้นใบขนานไปกับตัวใบ) และวัชพืชประเภทใบกว้าง(ใบมีความก้วางมากกว่าความแคบ เส้นใบแตกประสานเป็นร่างแห) เนื่องจากวัชพืชมีความเกี่ยวข้องกับแสงแดดที่ส่องกระทบพื้นที่ในสวนยางพารา จึงขอแยกกล่าวตามระยะการเจริญเติบโตของยางพารา เป็น 2 ระยะ คือ
- ระยะก่อนต้นยางพาราให้ผลผลิต เป็นระยะที่วัชพืชมีผลต่อต้นยางพารามากที่สุด วัชพืชประเภทใบแคบที่พบทั่วไปในสวนยางระยะนี้ ได้แก่ หญ้าคา(ถือเป็นวัชพืชที่ร้ายแรงที่สุด), หญ้าตีนกา, หญ้าตีนนก, หญ้านกสีชมพู, หญ้าตีนติด, หญ้ามาเลเซีย,หญ้าขจรจบ ฯลฯ และวัชพืชประเภทใบกว้างที่พบ ได้แก่ ขี้ไก่เตี้ย, ขี้ไก่ย่าน, สาบเสือ, หญ้ายาง, สาบแร้งสาบกา, ตีนตุ๊กแก, หญ้าเขมร ฯลฯ
- ระยะที่ต้นยางพาราให้ผลผลิตแล้ว ซึ่งเป็นระยะที่ต้นยางพารามีอายุประมาณ 6-7 ปี ระยะนี้พุ่มใบของต้นยางจะประสานกันมากขึ้น ทำให้เกิดร่มเงาในระหว่างแถวต้นยางมากขึ้น ความรุนแรงของวัชพืชเริ่มลดลง วัชพืชที่อาจจะพบอยู่บ้างแต่ไม่มากนักจะเป็นประเภทใบกว้างและเถาวัลย์
| วัชพืชใบแคบ | ![]() |
![]() |
| วัชพืชใบกว้าง | ![]() |
![]() |









