ยางพาราวันนี้!

Live-rubber.com: บริการสาระและความรู้สำหรับชาวสวนยางพารามือใหม่

  • เพิ่มขนาดตัวอักษร
  • ขนาดตัวอักษรปกติ
  • สดขนาดตัวอักษร
Home สาระยางพาราน่ารู้ การควบคุมและกำจัดวัชพืชในสวนยางพารา การควบคุมและกำจัดวัชพืชในสวนยางพารา
สาระยางพาราน่ารู้

การควบคุมและกำจัดวัชพืชในสวนยางพารา

อีเมล พิมพ์ PDF
(7 votes, average: 3.71 out of 5)

การปลูกถั่วลิสงเป็นพืชแซมเพื่อเสริมรายได้และควบคุมวัชพืชการควบคุมวัชพืชในสวนยางพาราถือว่าเป็นเรื่องใหญ่พอสมควร แม้แต่ในการให้ทุนสงเคราะห์สวนยาง สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง(สกย.) กำหนดจำนวนเงินที่จำเป็นต้องใช้ในการปราบหรือควบคุมวัชพืชไว้มากถึงประมาณร้อยละ 30 ของจำนวนเงินที่ใหัการสงเคราะห์ทั้งหมด การควบคุมวัชพืชมีหลายวิธี เกษตรกรสามารถเลือกนำไปปรับใช้ได้ตามความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ การควบคุมวัชพืชในสวนยางพาราในปัจจุบันนี้ ไม่นิยมการใช้สารเคมีแล้ว  เพราะการไม่ใช้สารเคมีมีผลทำให้ต้นยางพาราเจริญเติบโตได้ดี เปิดกรีดได้เร็วและให้ผลผลิตสูง อีกทั้งบางวิธีสามารถสร้างรายได้ และลดต้นทุนอย่างต่อเนื่องไปจนตลอดอายุของต้นยางพารา ในที่นี้จึงขอกล่าวถึงการควบคุมและปราบวัชพืช ทั้งแบบไม่ใช้และแบบใช้สารเคมี ดังนี้

 

แบบไม่ใช้สารเคมี

การควบคุมและปราบวัชพืชแบบไม่ใช้สารเคมี

  • พืชแซมยางพาราการปลูกพืชแซมยาง การแก้ปัญหาวัชพืชในสวนยางอ่อนด้วยการปลูกพืชแซมในระหว่างแถวต้นยางเป็นวิธีควบคุมวัชพืชที่ดีวิธีหนึ่ง และเหมาะมากกับสวนยางพาราที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนักหรือประมาณไม่เกิน 10-15 ไร่ สามารถปลูกพืชแซมได้ตั้งแต่เริ่มปลูกยางพารา จนกระทั่งต้นยางเจริญเติบโตจนมีร่มเงาในระหว่างแถวต้นยาง นอกจากนี้ ปุ๋ยที่ใส่ให้พืชแซม ยังเป็นประโยชน์ต่อต้นยางพาราอีกด้วย พืชแซมที่นำมาปลูกควรเป็น พืชไร่ หรือพืชสวนอายุสั้น และพืชผัก และเข้ากับสภาพความอุดมสมบูรณ์ของดิน และภูมิอากาศในท้องถิ่นนั้น และต้องเป็นที่ต้องการของตลาด ด้วยเช่นกัน
  • พืชคลุมดินตระกูลถั่วการปลูกพืชคลุมดิน การปลูกพืชคลุมดินตระกูลถั่วเพื่อควบคุมวัชพืชในสวนยางพารา สามารถปลูกได้ตั้งแต่เริ่มปลูกยาง หรือหลังจากเลิกปลูกพืชแซมแล้ว การปลูกพืชคลุมดินช่วยป้องกันการเบียดเบียนของวัชพืชต่อต้นยาง, สร้างปุ๋ยกลับลงสู่พื้นดินในสวนยาง และป้องกันการชะล้างของหน้าดิน เป็นวิธีที่เหมาะสมในการควบคุมวัชพืชในสวนยางพาราขนาดใหญ่และสวนยางพาราที่ปลูกในพื้นที่ลาดชัน พืชคลุมดินตระกูลถั่วที่แนะนำให้ปลูก ได้แก่ คาโลโปโกเนียม, เพอราเลีย และเซ็นโตรซิมา โดยปลูกเป็นแถวห่างจากแถวต้นยางประมาณข้างละ 2 เมตร เพื่อสะดวกในการดูแลรักษา
  • การควบคุมวัชพืชโดยการตัดการใช้แรงงาน หมายถึงการใช้อุปกรณ์ในการถาก หรือตัด หรือขุดทำลายวัชพืชส่วนที่อยู่ทั้งเหนือดินและใต้ดิน โดยทั่วไปจะใช้แรงงานคน การกำจัดวัชพืชด้วยวิธีตัดด้วยเครื่องยนต์ขนาดเล็กแบบสะพาย เป็นวิธีที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของวัชพืช สามารถทำได้ทั้งในระหว่างแถวต้นยาง และในแถวต้นยาง และควรตัดก่อนวัชพืชออกดอก ปัจจุบันวิธีการนี้เป็นที่นิยมกันมากเพื่อหลีกเลียงการใช้สารเคมี แต่ในช่วงฤดูฝนวัชพืชเจริญเติบโตเร็ว อาจจำเป็นต้องตัด 2-3 ครั้ง
  • การใช้รถแทรคเตอร์ โดยทั่วไปในสวนยางพาราที่ไม่ปลูกพืชแซมหรือพืชคลุมจะใช้รถแทรคเตอร์ไถพรวนกำจัดวัชพืชระหว่างแถวต้นยาง 2 ครั้งต่อปี ต้นฤดูฝนและปลายฤดูฝน ส่วนวัชพืชที่ขึ้นในแถวยางจะใช้แรงงานคนถากและหรืออาจใช้สารเคมี สำหรับสวนยางที่มีอายุตั้งแต่ 4-5 ปีข้นไป การเลี้ยงแพะในสวนยางพาราเพื่อเสริมรายได้และควบคุมวัชพืชหรือสวนยางที่ให้ผลผลิตแล้ว ไม่ควรใช้รถแทรคเตอร์ไถอีกต่อไป
  • การใช้สัตว์เลี้ยง การกำจัดวัชพืชวิธีนี้ทำได้โดยปล่อยให้สัตว์เลี้ยง เช่น แพะ, แกะ และวัวเข้าไปแทะเล็มหญ้าในสวนยางพาราที่มีขนาดใหญ่อายุ 3 ปีขึ้นไปแล้ว เพื่อให้ปริมาณวัชพืชลดลง และหากเป็นไปได้ก็ควรดูแลในขณะปล่อยให้สัตว์เหล่านั้นอยู่ในสวนยางตามสมควร

  

แบบใช้สารเคมี

510819-live-rubber-6.jpgการควบคุมและปราบวัชพืชแบบใช้สารเคมี การควบคุมหรือกำจัดวัชพืชในสวนยางพาราโดยใช้สารเคมี ควรใช้เมื่อจำเป็นจริง ๆ เท่านั้น เช่น ใช้กับสวนยางพาราที่มีขนาดใหญ่ มีพื้นที่ปลูกมาก ไม่สามารถใช้การกำจัดวัชพืชแบบอื่นได้เสร็จทันตามฤดูกาล หรือสวนยางพาราที่ปลูกตามไหล่เขา ลาดชัน กำจัดวัชพืชด้วยสารเคมีเป็นวิธีที่สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูง แต่ชาวสวนยางจะต้องเข้าใจเกี่ยวกับชนิด, ขนาด, อายุของวัชพืช, อายุของต้นยางพารา, สภาพแวดล้อม, ชนิดและอัตราของสารเคมีที่ใช้ ตลอดจนวิธีใช้ที่ปลอดภัย และผลตกค้างในดินและน้ำด้วย และควรตระหนักหรือรับรู้ว่า การไม่ใช้สารเคมี(ถ้าทำได้) มีผลทำให้ต้นยางพาราเจริญเติบโตได้ดี เปิดกรีดได้เร็วและให้ผลผลิตสูงกว่าการใช้สารเคมี ในที่นี้จะขอพูดถึงสารเคมีที่นิยมใช้กันในสวนยางพาราหรือใช้กันทั่ว ๆ ไปเพียง 2 ชนิด คือ

  • พาราควอท (27.6% SL)  เป็นสารเคมีปราบวัชพืชแบบสัมผัสตาย(ละอองยาถูกตรงไหน ก็จะตายเฉพาะตรงส่วนนั้น)   ใช้จำนวน 400 ซีซีต่อน้ำ  50 ลิตร หรือ 160 ซีซีต่อน้ำ  20 ลิตร สำหรับกำจัดวัชพืชใบแคบและใบกว้างที่มีอายุน้อย  ระวังอย่าให้โดนส่วนยอดหรือส่วนที่เป็นสีเขียวของต้นยางหรือพืชปลูก
  • การปราบวัชพืชด้วยสารเคมีไกลโฟเสท (48% SL) เป็นสารเคมีปราบวัชพืชแบบดูดซึม(ละอองยาถูกตรงไหนก็จะค่อย ๆ ซึมลงสู่ระบบรากและทำให้ตายทั้งต้น)  หากต้องการกำจัดหญ้าคา ใช้จำนวน 750-1,000 ซีซีต่อน้ำ  100 ลิตร หรือ 150-200 ซีซีต่อน้ำ  20 ลิตร อัตราที่แนะนำขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของวัชพืช หากหนาแน่นน้อยก็เลือกใช้อัตราต่ำ  การผสมน้ำต้องใช้น้ำที่สะอาด(ไม่มีตะกอนดิน หรือน้ำขุ่น)เท่านั้น  การใช้เครื่องพ่นควรใช้เครื่องพ่นชนิดที่ทำจากอะลูมิเนียม, ทองเหลือง, ทองแดง, สแตนเลส หรือ พลาสติก เท่านั้น หากใช้กำจัดวัชพืชทั่วไป(ชนิดใบแคบเท่านั้น) ก็ให้ใช้เพียง 200 ซีซีต่อน้ำ  50 ลิตร หรือ 80 ซีซีต่อน้ำ  20 ลิตร

  


เรื่องที่เขียนทีหลัง:
เรื่องที่เขียนก่อน:

แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ 06 กันยายน 2008 เวลา 22:06 น.  


4 กระทู้ล่าสุดจากกระดานสนทนา