ยางพาราวันนี้!

Live-rubber.com: บริการสาระและความรู้สำหรับชาวสวนยางพารามือใหม่

  • เพิ่มขนาดตัวอักษร
  • ขนาดตัวอักษรปกติ
  • สดขนาดตัวอักษร
Home สาระยางพาราน่ารู้ ปุ๋ยสำหรับยางพารา ความหมายของศัพท์เกี่ยวกับปุ๋ยสำหรับยางพารา
สาระยางพาราน่ารู้

ความหมายของศัพท์เกี่ยวกับปุ๋ยสำหรับยางพารา

อีเมล พิมพ์ PDF

ธาตุอาหารพืช-ผลผลิตน้ำยางพาราสำหรับการทำสวนยางพารารอบแรกจากที่ดินที่เคยเป็นป่ามาก่อน มักพบว่าที่ดินดังกล่าวมีปริมาณธาตุอาหารและอินทรีย์วัตถุมากกว่าพื้นดินที่ปลูกยางพาราในรอบที่ 2 หรือ รอบที่ 3 เนื่องจากในการทำสวนยางพารานั้นพื้นดินได้สูญเสียธาตุอาหารที่สำคัญ ๆ ไปกับทุก 1,000 กิโลกรัมของน้ำยางที่ถูกกรีดและถูกนำออกไปจากสวนยางพารา คือ ธาตุไนโตรเจน 20  กิโลกรัม, ธาตุฟอสฟอรัส  5   กิโลกรัม, ธาตุโพแทสเซียม 25   กิโลกรัม และธาตุแคลเซียม 5 กิโลกรัม (ข้อมูลจากสถาบันวิจัยยาง) การชดเชยหรือการเพิ่มธาตุอาหารให้แก่ดินที่ปลูกยางพาราจึงเป็นที่มาของปุ๋ยชนิดต่าง ๆ มากมายในปัจจุบันนี้ "ปุ๋ย" จึงหมายถึง สารอินทรีย์, อินทรียสังเคราะห์, อนินทรีย์ หรือจุลินทรีย์ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นโดยธรรมชาติหรือทำขึ้นก็ตาม สำหรับใช้เป็นธาตุอาหารพืชได้ไม่ว่าโดยวิธีใด หรือทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี กายภาพ หรือชีวภาพในดินเพื่อบำรุงความเติบโตแก่พืช(ตามพ.ร.บ.ปุ๋ย-ฉบับที่ 2  พ.ศ. 2550)

ปุ๋ยซึ่งเกษตรกรชาวสวนยางพาราใส่ให้กับต้นยางพาราในทุก ๆ ปี  มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปลูกสร้างสวนยางพารา ต้นยางพาราที่ได้รับปุ๋ยอย่างเพียงพอก็จะเจริญเติบโตได้เร็ว ทำให้สามารถเปิดกรีดได้เร็ว และสำหรับสวนยางพาราที่เปิดกรีดแล้ว การใส่ปุ๋ยก็จะทำให้เปลือกยางมีความนุ่ม กรีดง่ายจึงกรีดได้เร็วขึ้น และทำให้ผลผลิตน้ำยางสูงสม่ำเสมอ นอกจากนี้การใส่ปุ๋ยยังสามารถลดอาการเปลือกแห้ง หรือลดการเป็นโรคเปลือกแห้งของต้นยางพารา ได้เช่นกัน ปุ๋ยที่นิยมใช้ในสวนยางพาราทุกวันนี้ หากจะแบ่งเป็นประเภท ก็แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ

  1. ปุ๋ยอินทรีย์ หมายถึง ปุ๋ยที่ได้หรือทำมาจากวัสดุอินทรีย์ ซึ่งผลิตด้วยกรรมวิธีทำให้ชื้น สับ หมัก บด ร่อน สกัด หรือด้วยวิธีการอื่น และวัสดุอินทรีย์ถูกย่อยสลายสมบูรณ์ด้วยจุลินทรีย์ แต่ไม่ใช่ปุ๋ยเคมีและปุ๋ยชีวภาพ (ตามพ.ร.บ.ปุ๋ย-ฉบับที่ 2  พ.ศ. 2550)
  2. ปุ๋ยเคมี หมายถึง ปุ๋ยที่ได้จากสารอนินทรีย์ หรืออินทรียสังเคราะห์ รวมถึง ปุ๋ยเชิงเดี่ยว, ปุ๋ยเชิงผสม และ ปุ๋ยเชิงประกอบ แต่ไม่รวมถึงปูนขาว, ดินมาร์ล, ยิปซัม และ โดโลไมต์ (ตามพ.ร.บ.ปุ๋ย-ฉบับที่ 2  พ.ศ. 2550)

นอกจากนี้แล้วยังมีชนิดของปุ๋ยที่ พ.ร.บ.ปุ๋ย-ฉบับที่ 2  พ.ศ. 2550 กล่าวถึงอีก 2 ชนิด คือ (1).ปุ๋ยชีวภาพ หมายถึง ปุ๋ยที่ได้จากการนำจุลินทรีย์ที่มีชีวิตที่สามารถสร้างธาตุอาหาร หรือช่วยให้ธาตุอาหารเป็นประโยชน์กับพืช มาใช้ในการปรับปรุงบำรุงดินทางชีวภาพ, ทางกายภาพ หรือทางชีวเคมี และให้หมายความรวมถึงหัวเชื้อจุลินทรีย์ (2).ปุ๋ยอินทรีย์เคมี หมายถึง ปุ๋ยที่มีปริมาณธาตุอาหารรับรองแน่นอน โดยมีปริมาณอินทรียวัตถุตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ในที่นี่ ใคร่ขอพูดถึงเรื่องของปุ๋ยเคมี โดยเฉพาะความหมายของคำต่าง ๆ ที่มักใช้กันเกี่ยวกับปุ๋ยเคมี แต่ก่อนจะพูดถึงสิ่งเหล่านั้น ก็อยากจะยกตัวอย่างปุ๋ยเคมีที่มีจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป เช่น ปุ๋ยไดแอมโมเนียมฟอสเฟต หรือ DAP (18-46-0), ปุ๋ยยูเรีย (46-0-0), ปุ๋ยโพแทสเซียมคลอไรด์ (0-0-60), ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟตสูตร(21-0-0), ปุ๋ยสูตร 20-8-20,  25-7-7, 20-10-5, 18-4-5, 19-6-5, 29-5-18, 15-7-18 หรือ 15-15-15 เป็นต้น

แม่ปุ๋ยยูเรีย สูตร 46-0-0แม่ปุ๋ย

แม่ปุ๋ย คือ ปุ๋ยเคมีที่ผลิตขึ้นมาด้วยกรรมวิธีทางเคมี ซึ่งจะมีปริมาณธาตุอาหารในสูตรที่เข้มข้นมาก  แม่ปุ๋ยไม่มีการใส่สารตัวเติม  แม่ปุ๋ยอาจมีธาตุอาหารธาตุใดธาตุหนึ่งหรือมากกว่าเป็นองค์ประกอบก็ได้  เช่น  แม่ปุ๋ยยูเรีย  (46-0-0) จะให้ธาตุไนโตรเจนอย่างเดียว,  แม่ปุ๋ยไดแอมโมเนียมฟอสเฟต  (18-46-0) จะให้ธาตุไนโตรเจน และฟอสฟอรัสในรูปฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์   หรือแม่ปุ๋ยโปตัสเซียมคลอไรด์ (0-0-60)  ก็จะให้ธาตุโปตัสเซียมเพียงธาตุเดียว

ประเภทของปุ๋ยเคมี(แบ่งตามส่วนประกอบของธาตุอาหารหลักที่มีอยู่ในปุ๋ย) ได้ดังนี้

  • ปุ๋ยเชิงเดี่ยว หมายถึง ปุ๋ยเคมีที่มีธาตุอาหารหลักธาตุเดียว  เช่น ปุ๋ยยูเรีย จะมีธาตุไนโตรเจนเพียงธาตเดียว, หรือปุ๋ยโพแทชเซียมคลอไรด์ จะมีธาตุโพแทชเซียมเพียงธาตุเดียว เป็นต้น
  • ปุ๋ยเชิงผสม หมายถึง ปุ๋ยเคมีที่ได้จากการผสมปุ๋ยเคมีชนิดหรือประเภทต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ธาตุอาหารตามต้องการ โดยปุ๋ยเคมีนั้นจะต้องมีธาตุอาหารหลัก 2 ธาตุขึ้นไป การผสมจะเป็นเนื้อเดียวกันหรือไม่เป็นเนื้อเดียวกัน( Bulk Blending)  ก็ได้ เช่น ปุ๋ยผสมสูตร 30-5-18 หรือ ปุ๋ยผสมสูตร 20-8-20 เป็นต้น
  • ปุ๋ยเชิงประกอบ หมายถึง ปุ๋ยเคมีที่ทำขึ้นด้วยกรรมวิธีทางเคมี โดยผสมแบบเป็นเนื้อเดียวกัน (Granular) และมีธาตุอาหารหลักอย่างน้อยสองธาตุขึ้นไป เช่น ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 15-7-18 เป็นต้น

สูตรปุ๋ย

สูตรปุ๋ย-ปริมาณธาตุอาหารหลักสูตรปุ๋ย คือตัวเลขบอกปริมาณธาตุอาหารหลักทั้ง 3 ธาตุเป็นร้อยละโดยน้ำหนัก โดยต้องเรียงตามลำดับคือ ธาตุไนโตรเจน-ธาตุฟอสฟอรัส-ธาตุโพแทสเซียม เช่น ปุ๋ยสูตร  20 - 8 - 20 หมายความว่า ในปุ๋ยสูตร  20 - 8 - 20 จำนวน 100 กิโลกรัม จะต้องมีธาตุไนโตรเจน จำนวน 20 กิโลกรัม, ธาตุฟอสฟอรัสที่อยู่ในรูปฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์  (Available P2O5)จำนวน 8 กิโลกรัม  และธาตุโพแทสเซียมในรูปโพแทสที่ละลายน้ำได้  (Water Soluble K2O)จำนวน 20 กิโลกรัม [หมายเหตุ ;ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ หรือ Available P2O5 คือ ฟอสเฟตที่ละลายน้ำ(Water Soluble) + ฟอสเฟตที่ละลายในกรดซิเตรท(Citrate Soluble)]

อัตราปุ๋ย

อัตราปุ๋ย หมายถึงจำนวนปุ๋ยที่เราใส่ต่อต้น หรือ ต่อไร่ เช่น สวนยางพาราที่เปิดกรีดแล้วควรใส่ปุ๋ยในอัตรา 1 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี โดยควรแบ่งใส่ 2 ครั้ง ก่อนและปลายฤดูฝน

เรโชปุ๋ย

เรโชปุ๋ย คือตัวเลขที่บอกสัดส่วนขั้นต่ำของธาตุอาหารหลักทั้ง 3 ธาตุในสูตรปุ๋ย เช่น ปุ๋ยสูตร 15-15-15 มีเรโช 1:1:1 เช่นเดียวกับปุ๋ยสูตร 10-10-10 ก็มีเรโช 1:1:1 เช่นกัน ดังนั้น ปุ๋ยที่มีเรโชเดียวกันจึงสามารถใช้แทนกันได้ โดยปรับอัตราปุ๋ยให้ถูกต้องตามสัดส่วน เช่น หากจะใช้ปุ๋ยสูตร 10-10-10 แทนปุ๋ยสูตร 15-15-15 ก็ต้องใส่ปุ๋ยสูตร 10-10-10 ในอัตรา 1.5 เท่าของปุ๋ยสูตร 15-15-15 เป็นต้น

สารตัวเติม

สารตัวเติมหรือสารถ่วงน้ำหนัก หมายถึง สารที่ใส่ในปุ๋ยที่ทำการผสม เพื่อให้ปุ๋ยที่ผสมมีน้ำหนักครบ 100 กิโลกรัม ตามสูตรที่ต้องการ สารตัวเติมหรือสารถ่วงน้ำหนักที่มักใช้กัน เช่น ทราย,  ดินมาร์ล หรือ หินฟอสเฟต แต่สำหรับการผสมปุ๋ยเคมีใช้เองไม่จำเป็นต้องใช้สารตัวเติม เพราะเราไม่ต้องการเพิ่มน้ำหนัก


<< Previous Page          

 


4 กระทู้ล่าสุดจากกระดานสนทนา