นับตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา ราคาน้ำมันได้เริ่มปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ เป็นระยะ ๆ ทำให้ราคาปุ๋ยปรับตัวสูงตามขึ้นมาเป็นระยะ ๆ เช่นกัน และในไตรมาสที่ 3 ของปี 2551 ราคาน้ำมันได้ขึ้นสู่จุดสูงสุด ส่งผลให้เกษตรกรชาวสวนยางพาราต้องเจอกับภาวะราคาปุ๋ยที่แพงสุด ๆ เท่าที่ผ่านมา โดยราคาปุ๋ยเคมีสำหรับยางพาราสูตร 20-8-20 (เต็มสูตร)ได้สูงถึง 31 บาทต่อกิโลกรัม หรือกระสอบละ 1,550 บาท และในช่วงระยะเวลาดังกล่าวก็มีข่าวเกี่ยวกับปุ๋ยปลอมหรือปุ๋ยเคมีต่ำกว่ามาตรฐาน อยู่ทั่วไปในท้องตลาด ยังความเสียหายอย่างใหญ่หลวงแก่เกษตรกรชาวสวนยางพาราทั่วประเทศ ดังนั้น ในการจะซื้อปุ๋ยยางพาราจึงควรต้องมีหลักในการพิจารณา ดังนี้
- พิจารณาเลือกสูตรปุ๋ยให้เหมาะสมกับสภาพดินและอายุต้นยางพาราโดยอาศัยค่าจากการวิเคราะห์ดิน แต่หากไม่สามารถวิเคราะห์ได้ ให้พิจารณาปุ๋ยสูตรทั่วไป คือ ถ้าเป็นสวนยางพาราในระยะก่อนให้ผลผลิต สูตรที่สามารถใช้ได้ คือ สูตร 20-8-20, 25-7-7, 19-6-5, 18-4-5 หรือ 20-10-5 แต่ถ้าเป็นสวนยางพาราในระยะเปิดกรีดหรือให้ผลผลิตน้ำยาง สูตรที่ใช้ได้ เช่น สูตร 29-5-18, 15-7-18
- บนกระสอบปุ๋ยจะต้องระบุรายการต่าง ๆ อาทิ มีคำว่า "ปุ๋ยเคมี" หรือ "ปุ๋ยเคมีมาตรฐาน", มีชื่อการค้าและเครื่องหมายการค้า, แสดงปริมาณธาตุอาหารรับรอง เช่น สูตร 20-8-20, ต้องแจ้งชื่อผู้ผลิต, สถานที่ผลิตหรือสถานที่นำเข้าหรือสั่งซื้อปุ๋ยเคมีเข้ามาในราชอาณาจักร และชื่อผู้ผลิตในต่างประเทศด้วย, ต้องระบุเลขทะเบียนที่ออกโดยกรมวิชาการเกษตร, ต้องแสดงน้ำหนักสุทธิในระบบเมตริก(กิโลกรัม), ปุ๋ยเคมีบางชนิดอาจแสดงชนิดและปริมาณธาตุอาหารรอง หรือธาตุอาหารเสริมไว้บนกระสอบด้วย ก็ได้
ถึงแม้ว่าที่ข้างกระสอบจะมีตัวเลขแสดงปริมาณธาตุอาหารรับรอง เช่น สูตร 20-8-20 ก็ตาม เพื่อให้แน่ใจมากขึ้นว่าจะได้ปุ๋ยตรงสูตร เราจึงควรซื้อปุ๋ยยางพาราจากแหล่งจำหน่าย หรือแหล่งผลิตที่น่าเชื่อถือ, มีใบอนุญาตให้จำหน่ายปุ๋ยถูกต้องตามกฎหมาย ยิ่งถ้าเป็นร้านที่มีการรับรองจากกรมวิชาการ กระทรวงเกษตรฯ เช่น ร้านที่ได้ รับ Q Shop ก็จะเป็นการดีมาก (Q Shop เป็นโครงการมอบตราหรือสัญลักษณ์ให้แก่ร้านขายสินค้าเกษตรและอาหารมีคุณภาพและมีความปลอดภัย จากกรมวิชาการเกษตร เพื่อแสดงว่าเป็นร้านที่มีคุณสมบัติตามที่กรมฯ กำหนด และมีความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนสามารถถ่ายทอดความรู้เรื่องการใช้ปุ๋ยและสารเคมีเกษตรอย่างถูกต้องแก่เกษตรกรได้)- ในกรณีที่มีปุ๋ยเคมีมากกว่าหนึ่งสูตรให้เลือก หากเรโชปุ๋ยเป็นเรโชเดียวกัน การเลือกซื้อควรพิจารณาราคาต่อหน่วยธาตุอาหารรวม หากสูตรใดต่ำกว่าก็ควรซื้อสูตรนั้น ไม่คิดแต่เพียงราคาปุ๋ยต่อน้ำหนัก
- ไม่ซื้อปุ๋ยที่แบ่งบรรจุ เพื่อป้องกันการปลอมปน
- ในการสั่งซื้อปุ๋ย เกษตรกรชาวสวนยางพาราควรรวมตัวกันซื้อคราวละมาก ๆ เพื่อให้ได้ราคาที่ต่ำและประหยัดค่าขนส่ง ถ้าเป็นไปได้ ก็น่าจะตั้ง “กองทุนปุ๋ย” แต่ละหมู่บ้าน
- ซื้อปุ๋ยเคมีที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องโดยมีเลขทะเบียนของกรมวิชาการเกษตรอยู่ข้างกระสอบ
- ควรขอใบเสร็จรับเงินทุกครั้งที่ซื้อขาย เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานในการดำเนินการทางคดี หากปุ๋ยที่ซื้อมามีคุณภาพไม่ถูกต้อง
- ไม่ควรขายกระสอบปุ๋ย หรือถุงบรรจุปุ๋ยเคมีที่ใช้หมดแล้ว เพราะอาจมีการนำไปบรรจุปุ๋ยเคมีปลอมมาจำหน่าย
- หากจำเป็นต้องซื้อปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ควรซื้อที่มีคุณภาพดีและควรมีรายละเอียดข้างกระสอบ เช่น จำนวนและสายพันธุ์จุลินทรีย์, ปริมาณจุลินทรีย์ที่มีชีวิตต่อปุ๋ย 1 กรัม, ความชื้น, วันเดือนปีที่ผลิต, วันเดือนปีที่หมดอายุ เป็นต้น
เรื่องที่เขียนทีหลัง:
- 20/09/2008 17:00 - การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพสำหรับยางพาราเพื่อใช้เอง
- 19/09/2008 17:00 - อัตราการใส่ปุ๋ยยางพาราตามคำแนะนำสถาบันวิจัยยาง
- 18/09/2008 17:00 - อัตราการใส่ปุ๋ยยางพาราตามคำแนะนำสกย.
- 16/09/2008 17:00 - หลักการใช้ปุ๋ยยางพาราตามค่าวิเคราะห์ดินโดยสังเขป
- 31/05/2008 17:00 - ปุ๋ยปลอม? และวิธีเก็บตัวอย่างปุ๋ยเพื่อส่งตรวจสอบ
เรื่องที่เขียนก่อน:
- 04/04/2008 17:00 - แนวทางการพิจารณาเลือกใช้ปุ๋ยยางพารา
- 25/03/2008 17:00 - ความหมายของศัพท์เกี่ยวกับปุ๋ยสำหรับยางพารา
- 24/03/2008 17:00 - รู้จักธาตุอาหารหลักของยางพาราให้มากขึ้น
- 24/03/2008 00:29 - เกริ่นนำเกี่ยวกับธาตุอาหารพืชและยางพารา





