ในการพิจารณาเพื่อการเลือกใช้ปุ๋ยยางพาราสำหรับการปลูกยางพาราหรือการทำสวนยางพาราในทุกวันนี้ คงเป็นเรื่องยากที่จะให้ทุกคนฟันธงลงไปว่า เราควรใช้ปุ๋ยเคมีอย่างเดียวตลอดไป หรือเราควรใช้ปุ๋ยอินทรีย์/อินทรีย์ชีวภาพอย่างเดียวตลอดไป เพราะปุ๋ยทั้ง 2 ประเภท มีจุดเด่นและข้อด้อยในตัวเอง ปุ๋ยเคมีถือว่ามีราคาถูกเมื่อเทียบราคาต่อน้ำหนักของธาตุอาหารพืชเพราะมีปริมาณธาตุอาหารพืชต่อน้ำหนักปุ๋ยสูง ใช้ปริมาณเล็กน้อยก็เพียงพอ และปุ๋ยเคมีปลดปล่อยธาตุอาหารให้แก่พืชได้เร็ว. ในขณะเดียวกันปุ๋ยเคมีก็มีข้อด้อย ที่ไม่มีคุณสมบัติในการปรับปรุงคุณสมบัติของดินเลย และไม่เป็นมิตรกับจุลินทรีย์ดิน ปุ๋ยเคมีบางชนิด ถ้าใช้ในปริมาณมากและติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้ดินเป็นกรดมากขึ้น. จุดเด่นย่อมเป็นสิ่งที่เราต้องการ แต่ข้อด้อยของปุ๋ยเคมี เกษตรกรชาวสวนยางพาราที่มีประสบการณ์การใช้ปุ๋ยเคมีมาก่อนคงทราบและเริ่มตระหนัก จนต้องหันมามองหาทางออกที่สะอาดต่อโลกและสภาพแวดล้อม เรื่องราวของการผลิตในรูปแบบเกษตรอินทรีย์ รวมทั้งปุ๋ยอินทรีย์ จึงกลายมาเป็นวาระแห่งชาติตั้งแต่ปลายปี 2547 เป็นต้นมา
ปัจจุบันนี้ ปุ๋ยอินทรีย์โดยเฉพาะปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพที่ได้มาตรฐานเป็นปุ๋ยที่ต้องการของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราในแทบทุกหมู่บ้าน ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากจุลินทรีย์ ได้หวนกลับมาและเริ่มทำหน้าที่หลักในฐานะ "ผู้ย่อยสลาย" อินทรีย์สารของโลกเพื่อปลดปล่อยธาตุอาหารให้แก่ดินและยางพาราอีกครั้ง แต่เนื่องจากพื้นดินในภาคใต้ ได้ผ่านการปลูกยางพารามาเนิ่นนาน พื้นดินในเขตปลูกยางพาราใหม่โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็เป็นพื้นดินที่มีอินทรีย์วัตถุน้อย (เมื่อเทียบกับ 40 ปี ที่ผ่านมา) ผู้ปลูกยางพารามักต้องการผลผลิตน้ำยางต่อไร่สูง เราจึงควรให้ปุ๋ยหรือธาตุอาหารอย่างพอเพียงกับความจำเป็นต้องใช้ของต้นยางพารา
ปุ๋ยอินทรีย์มักมีปริมาณธาตุอาหารต่ำมาก ๆ (อาจแค่ 1-2 %) การใช้ปุ๋ยอินทรีย์อย่างเดียวจึงยากที่จะให้ธาตุอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการของยางพาราได้ หากใส่มากก็จะไม่คุ้มทุน ทางออกที่ง่าย ก็คือ เราควรใช้ทั้งปุ๋ยเคมีและปุ๋ยอินทรีย์/อินทรีย์ชีวภาพในสัดส่วนที่เหมาะสม นั่นเอง
การพิจารณาเลือกใช้ปุ๋ยในสวนยางพาราระยะก่อนให้ผลผลิต
การใช้ปุ๋ยที่ถูกต้อง ควรใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน แต่หากไม่สามารถวิเคราะห์ได้ก็ให้ใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 20-8-20 (สูตรทั่วไป) สำหรับในเขตปลูกยางพาราเดิม(ทางภาคใต้และภาคตะวันออก) และใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 20-10-12 (สูตรทั่วไป) สำหรับในเขตปลูกยางพาราใหม่(ทางภาคกลาง, ตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ)ตามคำแนะนำของสถาบันวิจัยยาง หรือสูตรอื่น เช่น 25-7-7, 20-10-5, 18-4-5, 19-6-5 และควรใช้ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ
การพิจารณาเลือกใช้ปุ๋ยในสวนยางพาราช่วงให้ผลผลิตน้ำยาง
การใช้ปุ๋ยที่ถูกต้อง ควรใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน แต่หากไม่สามารถวิเคราะห์ได้ก็ให้ใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 29-5-18 (สูตรทั่วไป) ตามคำแนะนำของสถาบันวิจัยยาง หรือสูตรอื่น เช่น 15-7-18 (สูตรทั่วไป) และควรใช้ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ
สำหรับปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ชาวสวนยางพาราควรเลือกซื้อจากแหล่งผลิตหรือแหล่งจำหน่ายที่ไว้ใจได้ หรือเห็นผลการใช้มาก่อนแล้ว เพราะจากการสำรวจปุ๋ยอินทรีย์ที่มีจำหน่ายในท้องตลาดพบว่า มีปุ๋ยอินทรีย์มากถึงร้อยละ 80 ที่ไม่มีอินทรีย์วัตถุเป็นส่วนประกอบ และทางที่ดีที่สุด ชาวสวนยางควรทำปุ๋ยอินทรีย์เอง เพราะมีต้นทุนเพียง 2-4 บาทต่อกิโลกรัม เท่านั้น ยิ่งหาวัสดุในท้องถิ่นได้เอง ต้นทุนก็จะต่ำลงไปอีก
- 19/09/2008 17:00 - อัตราการใส่ปุ๋ยยางพาราตามคำแนะนำสถาบันวิจัยยาง
- 18/09/2008 17:00 - อัตราการใส่ปุ๋ยยางพาราตามคำแนะนำสกย.
- 16/09/2008 17:00 - หลักการใช้ปุ๋ยยางพาราตามค่าวิเคราะห์ดินโดยสังเขป
- 31/05/2008 17:00 - ปุ๋ยปลอม? และวิธีเก็บตัวอย่างปุ๋ยเพื่อส่งตรวจสอบ
- 05/04/2008 17:00 - ข้อควรพิจารณาในการเลือกซื้อปุ๋ยยางพารา
- 25/03/2008 17:00 - ความหมายของศัพท์เกี่ยวกับปุ๋ยสำหรับยางพารา
- 24/03/2008 17:00 - รู้จักธาตุอาหารหลักของยางพาราให้มากขึ้น
- 24/03/2008 00:29 - เกริ่นนำเกี่ยวกับธาตุอาหารพืชและยางพารา





