ยางพาราวันนี้!

Live-rubber.com: บริการสาระและความรู้สำหรับชาวสวนยางพารามือใหม่

  • เพิ่มขนาดตัวอักษร
  • ขนาดตัวอักษรปกติ
  • สดขนาดตัวอักษร
Home โรคเส้นดำ
โรคเส้นดำ

โรคเส้นดำยางพารา

อีเมล พิมพ์ PDF

โรคเส้นดำ (Black stripe) เป็นโรคทางลำต้นของยางพาราที่มีความสำคัญ เนื่องจากทำลายหน้ากรีดซึ่งเป็นบริเวณที่เก็บเกี่ยวผลผลิต ถ้าอาการรุนแรงจะไม่สามารถกรีดยางซ้ำบนหน้ากรีดเดิมได้อีก ทำให้ระยะเวลาการให้ผลผลิตสั้นลง โรคนี้แพร่ระบาดในพื้นที่ที่เกิดโรคใบร่วงและฝักเน่าเป็นประจำ

สาเหตุของโรคเส้นดำ

เกิดจากเชื้อรา Phytophthora botryose Chee, P. palmivora (Butl.) Butl.

ลักษณะอาการของโรคเส้นดำ

บริเวณหน้ายางที่ผ่านการกรีดมาแล้ว จะมีลักษณะเป็นรอยช้ำ ต่อมาจะกลายเป็นรอยบุ๋มสีดำหรือสีน้ำตาลดำตามแนวยาวของลำต้น เมื่อเฉือนเปลือกบริเวณรอยบุ๋มสีดำจะเห็นลายเส้นสีดำบนเนื้อไม้ยางพารา และอาจลุกลามลงใต้รอยกรีด ถ้าอาการรุนแรง เปลือกยางพาราบริเวณที่เป็นโรคจะปริเน่า มีน้ำยางไหล เปลือกเน่าหลุดออกมา ถ้าการเข้าทำลายของเชื้อไม่รุนแรง เปลือกยางที่งอกใหม่จะเป็นปุ่มปม

โรคเส้นดำยางพารา โรคเส้นดำ

การแพร่ระบาดของโรคเส้นดำ

เชื้อราบนฝักและใบที่เป็นโรคจะถูกชะล้างโดยน้ำฝนลงมาที่หน้ากรีด พบระบาดรุนแรงเมื่อกรีดยางติดต่อกันในฤดูฝนโดยไม่มีการป้องกันรักษาหน้ากรีด โดยเฉพาะเมื่อความชื้นสูงกว่า 90% หน้ากรีดจะเปียกอยู่ตลอดเวลา เหมาะต่อการขยายพันธุ์ของเชื้อ

พืชอาศัยของเชื้อราโรคเส้นดำ

เชื้อรา P. palmivora สามารถเข้าทำลายพืชอื่นได้หลายชนิด เช่น มะละกอ แตงโม ส้ม ทุเรียน พริกไทย โกโก้ มะพร้าว ยาสูบ ส่วนเชื้อรา P. botryose สามารถเข้าทำลายทุเรียน ส้ม และกล้วยไม้ได้

การป้องกันกำจัดโรคเส้นดำ

  1. ไม่ควรปลูกพืชอาศัยของเชื้อราเป็นพืชร่วมยางพาราหรือพืชแซมยางพารา
  2. ควรหลีกเลี่ยงการเปิดกรีดต้นยางพาราในช่วงฤดูฝนชุก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีโรคระบาดรุนแรง
  3. ระยะที่สวนยางพารามีโรคใบร่วงระบาด อาจใช้สารเคมีทาป้องกันโรคที่หน้ากรีด เช่น  
    • เมทาแลกซิล(metalaxyl) ที่พบและมีจำหน่ายในชื่อการค้า เช่น เอพรอน 35% SD โดยใช้ในอัตรา 7-10 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร ทาพื้นที่หน้ากรีด หรือทาเหนือรอยกรีด
    • ฟอสเอทธิล อลูมินัม ที่พบและมีจำหน่ายในชื่อการค้า เช่น อาลีเอท 80% WP โดยใช้ในอัตรา 8-10 กรัม
      ต่อน้ำ 1 ลิตร ทาหน้ากรีดภายใน 12 ชั่วโมงหลังการกรีดยาง ทุกสัปดาห์
  4. ถ้าพบอาการที่หน้ากรีด ต้องเฉือนส่วนที่เป็นโรคออกก่อนแล้วทาแผลด้วยสารเคมี เช่น
    • เมทาแลกซิล(metalarxyl) ที่พบและมีจำหน่ายในชื่อการค้า เช่น เอพรอน 35% SD โดยใช้ในอัตรา 14 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร ผสมสารจับใบ 2 ซีซี พ่นหรือทาหน้ากรีดยาง ทุก  5-7 วัน อย่างน้อย 4 ครั้ง
    • ฟอสเอทธิล อลูมินัม(fosetyl-Al) ที่พบและมีจำหน่ายในชื่อการค้า เช่น อาลีเอท 80% WP โดยใช้ในอัตรา 20-25 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร ผสมสารจับใบ 2 ซีซี พ่นหรือทาหน้ากรีดยาง ทุก  5-7 วัน อย่างน้อย 4 ครั้ง
    • ออกซาไดซิล+แมนโคเชบ(oxodixyl+mancozeb) ที่พบและมีจำหน่ายในชื่อการค้า เช่น แซนโดแฟน-เอ็ม 10+56% WP โดยใช้ในอัตรา 40-60 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร ผสมสารจับใบ 2 ซีซี พ่นหรือทาหน้ากรีดยาง ทุก  5-7 วัน อย่างน้อย 4 ครั้ง

หมายเหตุ: อ้างอิงข้อมูลจาก โรคและศัตรูยางพาราที่สำคัญในประเทศไทย, สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, 2549

5. ศึกษาและทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อว่า Eraser-1 และ Pathway # IPP (อิเลเซอร์วัน และ พาทเวย์)จากกระทู้นี้ดูครับ (คำแนะนำเพิ่มเติมจาก"ยางพาราวันนี้")


เรื่องที่เขียนทีหลัง:
เรื่องที่เขียนก่อน:

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 09 กุมภาพันธ์ 2009 เวลา 10:19 น.