ยางพาราวันนี้!

Live-rubber.com: บริการสาระและความรู้สำหรับชาวสวนยางพารามือใหม่

  • เพิ่มขนาดตัวอักษร
  • ขนาดตัวอักษรปกติ
  • สดขนาดตัวอักษร
โรคและแมลงศัตรูยางพารา

โรคใบจุดตานก

อีเมล พิมพ์ PDF

โรคใบจุดตานก(Bird’s eye spot) มักเกิดในแปลงกล้ายางที่ปลูกไว้เป็นต้นตอ และต้นยางในแปลงกิ่งตาสำหรับขยายพันธุ์ ทำให้ใบร่วง ต้นยางชะงักการเจริญเติบโต และต้องใช้เวลานานกว่าต้นยาง จะได้ขนาดติดตา

สาเหตุของโรคใบจุดตานก

เกิดจากเชื้อรา Drechslera (Helminthosporium) heveae (Petch) M.B. Ellis.

ลักษณะอาการของโรคใบจุดตานก

ถ้าเชื้อราเข้าทำลายใบในระยะที่ใบยังอ่อนมาก จุดแผลที่เกิดจะไม่แตกต่างจากการเข้าทำลายของเชื้อราชนิดอื่นๆ แผ่นใบจะหงิกงอเน่าดำ และร่วง เหลือแต่ยอดที่มีลักษณะบวมโต ใบยางที่มีอายุมากขึ้นจะปรากฏจุดแผลค่อนข้างกลม ขอบแผลมีสีน้ำตาลล้อมรอบซึ่งโปร่งแสง ถ้าเชื้อเข้าทำลายใบยางแก่จะมีลักษณะเป็นรอยจุดสีน้ำตาลเท่านั้น

การแพร่ระบาดของโรคใบจุดตานก

ระบาดรุนแรงในแปลงกล้ายางที่ปลูกในพื้นที่ดินทราย หรือที่ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ โรคนี้แพร่ระบาดโดยลม ฝน หรือการสัมผัสระหว่างต้นยางที่เป็นโรค


การป้องกันกำจัดโรคใบจุดตานก

  1. หลีกเลี่ยงการปลูกต้นกล้ายางในพื้นที่ดินทราย
  2. ใช้ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยคอกช่วยปรับสภาพดินให้อุ้มน้ำได้ดีขึ้น
  3. ใช้สารเคมีพ่นใบยางเมื่อเริ่มพบอาการของโรค
    • แมนโคเซบ(mancozeb) ที่พบและมีจำหน่ายในชื่อการค้า เช่น แมนโคเซบ 75% WP หรือ ไดเทนเอ็ม 45  80% WP โดยใช้ในอัตรา 48 กรัมต่อน้ำ  20 ลิตร พ่นใบยางอ่อนทุก 7 วัน
    • โปรพิเนบ(propineb) ที่พบและมีจำหน่ายในชื่อการค้า เช่น แอนทราโคล 75% WP โดยใช้ในอัตรา 48 กรัมต่อน้ำ  20 ลิตร พ่นใบยางอ่อนทุก 7 วัน
    • คลอโรธาโลนิล(chlorothalonil) ที่พบและมีจำหน่ายในชื่อการค้า เช่น ดาโคนิล 75% WP โดยใช้ในอัตรา 48 กรัมต่อน้ำ  20 ลิตร พ่นใบยางอ่อนทุก 7 วัน

หมายเหตุ: อ้างอิงข้อมูลจาก โรคและศัตรูยางพาราที่สำคัญในประเทศไทย, สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, 2549


เรื่องที่เขียนทีหลัง:
เรื่องที่เขียนก่อน:

แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ 10 พฤษภาคม 2008 เวลา 09:18 น.