ยางพาราวันนี้!

Live-rubber.com: บริการสาระและความรู้สำหรับชาวสวนยางพารามือใหม่

  • เพิ่มขนาดตัวอักษร
  • ขนาดตัวอักษรปกติ
  • สดขนาดตัวอักษร
Home โรคราแป้ง

โรคราแป้ง

อีเมล พิมพ์
(16 votes, average: 4.19 out of 5)

โรคราแป้ง (Powdery mildew) หรือโรคใบร่วงออยเดียม

มักพบและระบาดมากในช่วงที่ต้นยางกำลังผลิใบอ่อนหลังจากที่ต้นยางผลัดใบในหน้าร้อน ประมาณ มีนาคม-เมษายน ผลจากการทำลายของเชื้อ ทำให้เกิดอาการใบยางอ่อนร่วงอีกครั้ง อาจเรียกโรคนี้ว่า “ใบร่วงครั้งที่ 2” ทำให้ระยะเวลาที่ต้นยางจะสร้างใบอ่อนให้เป๊นใบที่แก่เพื่อการสังเคราะห์แสงเพื่อสร้างน้ำยางให้พร้อมเปิดกรีดในฤดูกาลใหม่ต้องยืดออกไป อีก ประมาณ 1 เดือน  และก็อาจมีบางสวนที่มีอาการใบร่วงจากเชื้อรานี้ซ้ำอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้ต้นยางต้องใช้ระยะเวลานานมาก ๆ เพื่อการสร้างใบใหม่ขึ้นมาทดแทนเป็นรอบที่ 3

สาเหตุของโรคราแป้ง

เกิดจากเชื้อรา Oidium heveae Steinm.

อาการของโรคราแป้ง

เชื้อราจะเข้าทำลายใบอ่อนที่เพิ่งแตกยอดออกมา ทำให้ใบอ่อนเน่าดำ มีรูปร่างบิดงอและร่วงหล่น เหลือเฉพาะก้าน(ซึ่งจะเหี่ยวแล้วร่วงหล่นทีหลัง) หากเข้าไปสังเกตุในสวนยางขณะลมกระโชก จะเห็นใบอ่อนร่วงเต็มกระจายทั่วแปลง ทั้งที่ปลิวลอยอยู่ในอากาศ และทุก ๆ ตารางนิ้วของพื้นดินในสวน แต่หากใบอ่อนยังสามารถเจริญเติบโตต่อไปได้ ก็จะมีกลุ่มสปอร์และเส้นใยสีขาวเทาของเชื้อราที่สร้างขึ้นบนผิวใบด้านล่างของแผ่นใบมองดูคล้ายแป้ง และจะพบแผลบนใบสีเหลืองในตำแหน่งที่โดนเชื้อราเข้าทำลาย ซึ่งจะกลายเป็นแผลสีน้ำตาลรูปร่างไม่แน่นอนเมื่อใบแก่ นอกจากนี้ หากเชื้อราเข้าทำลายยดอก ก็จะทำให้ดอกค่อย ๆ ร่วงหล่น ด้วยเช่นกัน


การแพร่ระบาดของโรคราแป้ง

เชื้อราชนิดนี้แพร่ระบาดโดยลมและแมลง มักระบาดในฤดูร้อนที่กลางวันร้อนมาก ๆ กลางคืนอากาศเย็น, ตอนเช้าตรู่มีหมอกและมีความชื้นสูง หรือมีฝนตกปรอย ๆ ในบางวัน และระบาดเข้าทำลายเฉพาะใบยางอ่อนที่เริ่มผลิ ทั้งในสวนยางที่ได้ขนาดกรีดแล้ว รวมทั้งสวนยางขนาดอายุ 1-2 ปี ด้วย

พืชอาศัยของเชื้อราโรคราแป้ง

ต้นเงาะ และหญ้ายาง

การป้องกันกำจัดโรคราแป้ง

  1. ในช่วงปลายฤดูฝน ให้ใส่ปุ๋ยบำรุงต้นยางที่มีธาตุไนโตรเจนสูงกว่าปกติ เพื่อเร่งให้ใบยางที่ผลิใหม่หลังฤดูผลัดใบเพสลาดหรือแก่เร็วขึ้น
  2. สำหรับต้นยางที่มีอายุไม่เกิน 2 ปีและเริ่มพบเชื้อระบาด ควรพ่นสารอินทรีย์หรือสารเคมี บริเวณใบที่กำลังผลิยอดอ่อน

rubber leaf disease powdery mildew

 

 

 

 

 

 

rubber leaf disease powdery mildew

 

 

 

 

 

 

 rubber leaf disease powdery mildew

 rubber leaf disease powdery mildew

 rubber leaf disease powdery mildew

 สารเคมีแนะนำสำหรับป้องกันและกำจัดโรคราแป้ง

  1. เบโนมิล(benomyl) ที่พบและมีจำหน่ายในชื่อการค้า เช่น เบนเลท 50% WP, ฟันดาโซล 50% WP โดยใช้ในอัตรา 20 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร โดยต้องพ่นบนใบยางอ่อน ทุก ๆ สัปดาห์ในช่วงที่เริ่มพบโรค
  2. คาร์เบนดาซิม(carbendazim) ที่พบและมีจำหน่ายในชื่อการค้า เช่น คาร์เบนดาซิม 50% WP โดยใช้ในอัตรา 20 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร โดยต้องพ่นบนใบยางอ่อน ทุก ๆ สัปดาห์ในช่วงที่เริ่มพบโรค
  3. ซัลเฟอร์(sulfur) ที่พบและมีจำหน่ายในชื่อการค้า เช่น ซัลเฟอร์ 80% WP ที่พบและมีจำหน่ายในชื่อการค้า เช่น 20 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร โดยต้องพ่นบนใบยางอ่อน ทุก ๆ สัปดาห์ในช่วงที่เริ่มพบโรค
  4. ไตรดีมอร์ฟ(tridemorph) ที่พบและมีจำหน่ายในชื่อการค้า เช่น คาลิกซิน 75% EC โดยใช้ในอัตรา 10 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร โดยต้องพ่นบนใบยางอ่อน ทุก ๆ สัปดาห์ในช่วงที่เริ่มพบโรค
  5. กำมะถันผง โดยใช้ในอัตรา 1.5-4 ก.ก./ไร่ สำหรับสวนยางที่ต้นยางมีขนาดใหญ่แล้ว โดยต้องพ่นบนใบยางอ่อนในช่วงเช้าตรู่ (เพื่อหลีกเลี่ยงลมและอาศัยประโยชน์จากน้ำค้าง)

หมายเหตุ: อ้างอิงจาก โรคและศัตรูยางพาราที่สำคัญในประเทศไทย, สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, 2549

6.  ศึกษาและทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อว่า Eraser-1 และ Pathway # IPP (อิเลเซอร์วัน และ พาทเวย์)จากกระทู้นี้ดูครับ (คำแนะนำเพิ่มเติมจาก"ยางพาราวันนี้")

 

เรื่องที่เขียนทีหลัง:
เรื่องที่เขียนก่อน:

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 09 กุมภาพันธ์ 2009 เวลา 10:18 น.