โรคราแป้ง (Powdery mildew) หรือโรคใบร่วงออยเดียมมักพบและระบาดมากในช่วงที่ต้นยางกำลังผลิใบอ่อนหลังจากที่ต้นยางผลัดใบในหน้าร้อน ประมาณ มีนาคม-เมษายน ผลจากการทำลายของเชื้อ ทำให้เกิดอาการใบยางอ่อนร่วงอีกครั้ง อาจเรียกโรคนี้ว่า “ใบร่วงครั้งที่ 2” ทำให้ระยะเวลาที่ต้นยางจะสร้างใบอ่อนให้เป๊นใบที่แก่เพื่อการสังเคราะห์แสงเพื่อสร้างน้ำยางให้พร้อมเปิดกรีดในฤดูกาลใหม่ต้องยืดออกไป อีก ประมาณ 1 เดือน และก็อาจมีบางสวนที่มีอาการใบร่วงจากเชื้อรานี้ซ้ำอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้ต้นยางต้องใช้ระยะเวลานานมาก ๆ เพื่อการสร้างใบใหม่ขึ้นมาทดแทนเป็นรอบที่ 3 สาเหตุของโรคราแป้งเกิดจากเชื้อรา Oidium heveae Steinm. อาการของโรคราแป้งเชื้อราจะเข้าทำลายใบอ่อนที่เพิ่งแตกยอดออกมา ทำให้ใบอ่อนเน่าดำ มีรูปร่างบิดงอและร่วงหล่น เหลือเฉพาะก้าน(ซึ่งจะเหี่ยวแล้วร่วงหล่นทีหลัง) หากเข้าไปสังเกตุในสวนยางขณะลมกระโชก จะเห็นใบอ่อนร่วงเต็มกระจายทั่วแปลง ทั้งที่ปลิวลอยอยู่ในอากาศ และทุก ๆ ตารางนิ้วของพื้นดินในสวน แต่หากใบอ่อนยังสามารถเจริญเติบโตต่อไปได้ ก็จะมีกลุ่มสปอร์และเส้นใยสีขาวเทาของเชื้อราที่สร้างขึ้นบนผิวใบด้านล่างของแผ่นใบมองดูคล้ายแป้ง และจะพบแผลบนใบสีเหลืองในตำแหน่งที่โดนเชื้อราเข้าทำลาย ซึ่งจะกลายเป็นแผลสีน้ำตาลรูปร่างไม่แน่นอนเมื่อใบแก่ นอกจากนี้ หากเชื้อราเข้าทำลายยดอก ก็จะทำให้ดอกค่อย ๆ ร่วงหล่น ด้วยเช่นกัน
|
|
สารเคมีแนะนำสำหรับป้องกันและกำจัดโรคราแป้ง
หมายเหตุ: อ้างอิงจาก โรคและศัตรูยางพาราที่สำคัญในประเทศไทย, สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, 2549 6. ศึกษาและทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อว่า Eraser-1 และ Pathway # IPP (อิเลเซอร์วัน และ พาทเวย์)จากกระทู้นี้ดูครับ (คำแนะนำเพิ่มเติมจาก"ยางพาราวันนี้") |
|
- 30/04/2008 17:00 - โรคใบร่วงและฝักเน่า
- 24/03/2008 00:29 - โรคใบจุดก้างปลา



โรคราแป้ง





