เมื่อ 2-3 วันก่อน ผมได้มีโอกาสไปดูสวนยางพาราที่ปลูกด้วยพันธุ์ RRIT 251 หรือพันธุ์สถาบันวิจัยยาง 251 หรือที่รู้จักกันในหมู่ชาวสวนยางว่า พันธุ์บ้านเลียบ สวนยางแปลงนี้เป็นของคุณยายคนหนึ่งในจังหวัดสงขลา เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ สภาพพื้นที่เคยเป็นที่นา แต่น้ำไม่ท่วม ปลูกด้วยยางพันธุ์ RRIT 251 ล้วน ๆ อายุต้นยางประมาณ 12 ปี เปิดกรีดไปแล้ว 5 ปีกว่า ๆ (หน้าแรกกรีดได้ประมาณ 4 ปี ตอนนี้กรีดอยู่หน้าที่ 2 ซึ่งกรีดได้ปีกว่า ๆ)
ในตอนแรกที่ก้าวเท้าเข้าไปในสวน กล้องถ่ายภาพลูมิกซ์ ก็ถูกดึงออกมา ในใจกะจะหามุมกล้องงาม ๆ ที่จะให้ได้ภาพสวนยางพารายามเช้าที่จอกยางยังหงายและมองเห็นรอยกรีดหรือเส้นทางไหลสีขาวของน้ำยางพาดเฉียงผ่านหน้ากรีดทุกต้นอย่างเป็นระเบียบสวยงามได้ระดับเท่า ๆ กันเกือบทุกต้น แต่แล้วก็ต้องชะงักนิดหนึ่ง เพราะว่าต้นยาง 3 ต้นแรกที่มองในภาพไม่มีรอยกรีด, ไม่มีรอยน้ำยาง สีขาว, ไม่มีถ้วยยาง...
![]() |
อาการโรคเปลือกแห้งหรือโรคเปลือกแห้งนั่นเอง หลังจากเดินสังเกตุไปในสวน ก็พบต้นที่มีอาการเปลือกแห้งอีกหลายต้น สุดท้ายก็มาพบกับคนกรีดยางของคุณยาย เขาบอกว่า ต้นยางพาราในสวนนี้มีอยู่ประมาณ 700 ต้น แต่เป็นโรคเปลือกแห้งแล้ว ประมาณ 100 ต้น หรือ 1 ใน 7 หรือร้อยละ 14 สาเหตุที่เป็นมากขนาดนี้คนกรีดยางบอกว่า เพราะที่ผ่านมาคุณยายไม่ค่อยซื้อปุ๋ยใส่ต้นยางเลย เมื่อสอบถามถึงระบบกรีด เขาบอกคุณยายให้ใช้ระบบกรีดหนึ่งในสามของลำต้น สามวันเว้นวัน คงเพราะกรีดถี่และไม่บำรุงต้นยางเลย ต้นยางจึงมีอาการเปลือกแห้งเยอะมากขนาดนี้
![]() |
![]() |
วันนั้นผมไปแต่เช้า ได้เห็นน้ำยางในแต่ละถ้วย โดยเฉลี่ยแล้วก็ไม่เกินครึ่งถ้วย หนึ่งในสี่ของถ้วยก็มีเยอะ ที่เกือบเต็มถ้วยก็มีบ้างเหมือนกัน มีอยู่ต้นหนึ่งอยู่ริม ๆ สวน (ข้าง ๆ เป็นป่านิดหนึ่ง)ยังคงมีน้ำยางไหลอยู่เป็นระยะ ๆ ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้น เป็นเวลา 08.45 น. แล้ว(คนกรีดบอกว่าเริ่มกรีดแปลงนี้ตอนตี 4) แต่ใก้ล ๆ ต้นนี้ ซึ่งอยู่ริมแปลงเหมือนกัน 3 ต้น เป็นโรคเปลือกแห้งไปนานแล้ว เพราะเปลือกงอกใหม่ดันเปลือกนอกแตกล่อนออกมาเป็นแผ่นแล้ว (เป็นไปได้ว่าต้นที่น้ำยางไหลนาน ๆ คืออาการเริ่มแรกที่จะเป็นโรคนี้เข้าแล้ว นั่นเอง)
![]() |
![]() |
เมื่อหันไปมองสภาพลำต้นและทรงพุ่ม ก็ต้องยอมรับว่า ถ้าถึงเวลาโค่นและขายไม้แล้วละก้อ ไม่รู้ว่าราคาจะได้เท่าพันธุ์ RRIM 600 หรือไม่ เพราะลำต้นจะค่อนข้างคด ๆ โค้ง ๆ และมักไม่ค่อยมีลำต้นที่เป็นแกนหลักที่จะพุ่งสูงขึ้นไป การแตกกิ่งก้านสาขา ก็ไม่เป็นระเบียบ ดูเทอะทะตาดี แถมคนกรีดบอกเพิ่มเติมว่า บนคาคบที่กิ่งแตกออกมาหลายกิ่งจากจุด ๆ เดียวกันนั้น เมื่อฝนตกน้ำจะขังในบริเวณปางหรือคาคบนี้ และจะค่อย ๆ ไหลลงมาที่หน้ายาง ทำให้หน้ายางแห้งช้า จึงเป็นอุปสรรคหนึ่งในการกรีดยาง....[สวนยางแปลงนี้ตั้งอยู่ที่ค่าพิกัด UTM 47 N 0690793 0761996]
- 18/10/2008 08:53 - การเคลื่อนไหวราคายางพาราย้อนหลัง 3 เดือน
- 01/10/2008 13:46 - ไปชมสวนยางพาราที่ใช้ระบบกรีดครึ่งต้นวันเว้นวัน
- 24/09/2008 00:01 - ไปชมสวนยางพาราอายุ 30-ยังแจ๋ว
- 20/09/2008 09:32 - ไปชมสวนยางพาราที่พร้อมกรีดวันนี้แต่ยืดอีก 4 ปี ก็ได้..
- 31/08/2008 16:30 - ไปชมสวนยางพารา RRIM 600 กรีดหนึ่งในสามสองวันเว้นวัน
- 10/08/2008 07:48 - "อาการเปลือกแห้ง" สิ่งเลวร้ายของคน..หรือต้นยางพารา..แก้ไขยาก??
- 18/07/2008 17:00 - สวนยางพาราที่อยู่ในหลักเกณฑ์ได้รับการสงเคราะห์
- 29/06/2008 01:42 - ฤดูกาลที่จะปลูกยางพารา ต้นฝน หรือปลายฝนดี?
- 20/06/2008 14:27 - พันธุ์ยาง RRIM 600 ยอดดำ ข่าวลือ หรือเรื่องจริง?
- 16/06/2008 15:51 - "ยางชำถุง" วัสดุปลูก(ยางพารา)ยอดฮิต ทั่วไทย










