ยางพาราวันนี้!

Live-rubber.com: บริการสาระและความรู้สำหรับชาวสวนยางพารามือใหม่

  • เพิ่มขนาดตัวอักษร
  • ขนาดตัวอักษรปกติ
  • สดขนาดตัวอักษร
Home ข่าว-ความเคลื่อนไหวจากสวนยาง ความเคลื่อนไหวจากสวนยาง มาตรการพยุงราคายางที่มาพร้อมๆ กับการเปิดกรีดหน้าหนาวนี้
ข่าว,ความเคลื่อนไหวจากสวนยางพารา

มาตรการพยุงราคายางที่มาพร้อมๆ กับการเปิดกรีดหน้าหนาวนี้

อีเมล พิมพ์ PDF

น้ำยางพาราวันนี้ นับเป็นวันที่สองที่ชาวสวนยางพาราทางภาคใต้ฝั่งตะวันออก เช่น สงขลา ได้เริ่มทำการเปิดกรีดยางหลังจากที่ต้องหยุดกรีดไปตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2551   เนื่องจากฝนตกชุกเกือบทุกวัน แม้ว่าน้ำยางจะยังออกไม่มากนักเนื่องจากเพิ่งเปิดกรีด แต่ชาวสวนยางพาราทุกคนรู้ว่า อีกไม่กี่วัน ถ้วยยางแต่ละถ้วยคงได้ทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่ในการรับหยดน้ำยางในห้วงเวลาที่เราให้นิยามช่วงสุดแสนโรแมนติกช่วงนี้ว่า "ปลายฝน ต้นหนาว" ซึ่งเป็นช่วงที่เวลาที่ต้นยางพาราให้ผลผลิตน้ำยางมากที่สุด

ที่ผ่านมา ปีนี้..ก่อนเข้าหน้าฝน มักได้ยินชาวสวนยางพาราพูดบ่อย ๆ ในหลาย ๆ ที่ที่ได้ไปเยือนว่า  อากาศร้อน (อาจเพราะโลกร้อน) จึงทำให้น้ำยางไม่ค่อยออก ในช่วงนั้น ทุกคนฝันถึงหน้าหนาวที่รออยู่ข้างหน้า คาดหวังว่าจะได้ขายยางกิโลละ 80, 90 หรืออาจจะ 100 บาท อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่แล้ว เมื่อวันเวลามาถึงจริง ๆ ทุกคนก็ต้องฝืนทนยอมรับราคายางที่เป็นจริง ชาวสวนยางพาราทุกคนคงไม่มีใครคิด ไม่มีใครเชื่อ และคงจะขำกลิ้งถ้าจะมีใครมาบอกก่อนหน้านี้สัก 3 เดือนว่าราคายางพาราจะเหลือเพียง 27-38 บาทต่อกิโลกรัมในวันนี้

ความเดือดร้อน แน่นอน ย่อมสาหัสไปทุกหย่อมหญ้าจากภาวะวิกฤติเศรษฐกิจโลกครั้งนี้ และคงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย (และก็คงไม่ใช่เฉพาะชาวสวนยางพาราเท่านั้น แต่ดูเหมือนชาวสวนยางจะโชคดีอยู่บ้างที่ผลผลิตน้ำยาง แม้ไม่เก็บเกี่ยว ก็ย่อมไม่เสียหายแต่กลับกลายเป็นผลดีต่อต้นยาง) บัดนี้ รัฐบาลได้ออกมาตรการพยุงราคายางพาราร่วมกับอีก 2 ประเทศยักษ์ใหญ่ในการทำสวนยางพารา อย่าง อินโดนีเซีย และมาเลเซีย  ผ่านทางบริษัทร่วมทุนยางพาราระหว่างประเทศ(IRCo) และการประชุมสภาความร่วมมือด้านยางระหว่างประเทศ(ITRC) ถึง 2 ครั้ง โดยครั้งแรกประชุมเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2551 ที่กรุงเทพฯ และครั้งที่ 2 ณ ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 11-13 ธันวาคม 2551

ซึ่งมาตรการพยุงราคายางพาราหลัก ๆ ที่มีผลปฏิบัติไปแล้วก็คือ การลดผลผลิตน้ำยางจากต้นยางแก่ที่หน้ากรีดเสียหายมากแล้วในประเทศไทย จำนวน 400,000 ไร่ (ดำเนินการโดยสกย.)  และอีกมาตรการในการพยุงราคายางที่จะตามมาก็คือ การจะซื้อยางออกจากตลาดโลก 200,000 ตัน ซึ่งไทยจะต้องดำเนินการเอง 132,000 ตัน โดยส่วนหนึ่ง อาจดำเนินการผ่านทางสหกรณ์กองทุนสวนยาง..จำกัด ที่มีอยู่ทั่วประเทศ ประมาณ 400 สหกรณ์ (ดำเนินการโดยสกย.) และอีกส่วนหนึ่ง องค์การสวนยาง(อสย.) จะเป็นผู้ดำเนินการ และมาตรการพยุงราคายางพาราเหล่านี้จะมีผลปฏิบัติจริง ๆ ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2552 เป็นต้นไป


<< Previous Page                    Next Page >>

 


4 กระทู้ล่าสุดจากกระดานสนทนา