ช่วงนี้ สวนยางพาราทางภาคเหนือ, ตะวันออกเฉียงเหนือ และ ภาคกลาง คงผลัดใบเหลือแต่กิ่งก้านไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับทางภาคใต้ ก็เพิ่งผ่านหน้าฝนมาได้ไม่นานนัก(9 ม.ค. 52) ชีวิตชาวสวนยางพาราทางใต้ช่วงนี้ก็เต็มไปด้วยภาระกิจนับตั้งแต่การตื่นนอนตอนดึก ๆ เพื่อเข้าสวนกรีดยาง หยุดหายใจนิดหนึ่ง พอเช้า ๆ ราว ๆ ก่อนสาย ก็เก็บน้ำยาง กว่าจะได้ขายก็ราว ๆ 10 โมง หลังจากได้พักผ่อนเพื่อชดเชยเวลานอนบ้างแล้ว การกำจัดวัชพืชและใส่ปุ๋ยบำรุงต้นยางพาราปลายฤดูฝน เป็นภาระกิจสำคัญที่รออยู่ด้วยเวลาที่จำกัดก่อนเข้าหน้าแล้ง
การกำจัดวัชพืชในสวนยางพาราที่อายุยังน้อย(1-3 ปี) ในช่วงก่อนเข้าหน้าแล้งก็ควรถากรอบ ๆ และคลุมโคนต้นยาง หากสามารถราดหรือรดน้ำหมักชีวภาพผ่านวัสดุที่คลุมโคนด้วยก็จะเป็นการดีมาก ๆ สำหรับระหว่างต้นและระหว่างแถวต้นยางก็อาจใช้การหวดหรือตัดด้วยเครื่องยนต์ขนาดเล็กโดยไม่จำเป็นต้องตัดชิดติดดินมากนัก แต่ควรเหลือเพื่อให้เป็นสิ่งปกคลุมดินไว้บ้าง เพื่อรักษาอุณหภูมิและความชื้นทั้งใต้ผิวดินและเหนือพื้นดิน สำหรับสวนยางพาราระยะให้ผลผลิตแล้ว การมีพืชปกคลุมผิวดินไว้บ้าง(ไม่ใช่รกจนท่วมศรีษะนะครับ)ก็ยังทำให้ผลผลิตน้ำยางมีมากกว่าสวนที่โล่งเตียนอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากมีความชื้นในสวนยางมากกว่านั่นเอง
สำหรับการใส่ปุ๋ยบำรุง หากเป็นต้นยางที่จะต้องผลัดใบแต่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ให้ผลผลิต( 4-6 ปี) การใส่ปุ๋ยปลายฤดูฝนก่อนยางผลัดใบ จะทำให้ต้นยางมีอาหารทั้งในลำต้นและในดินพร้อม เมื่อยางผลัดใบ-ผลิใบใหม่ ใบยางก็จะมีการเจริญเติบโตกลายเป็นใบเพสลาดหรือใบแก่ที่รวดเร็ว หากมีโรคราแป้งหรือโรคใบร่วงจากเชื้อราออยเดียม ระบาดในช่วงนั้น ต้นยางเหล่านั้นก็อาจจะรอดพ้นได้เนื่องจากพ้นระยะใบอ่อนไปก่อนแล้ว ทำให้ไม่ต้องเจอกับภาวะที่เป็น "ใบร่วงครั้งที่ 2" ซึ่งการผลิใบรอบสองจะช้าและกินเวลามากพอควร ส่งผลให้การเจริญเติบโตก็ชะงักไปด้วย
แม้จะเป็นต้นยางพาราในระยะให้ผลผลิต การใส่ปุ๋ยตามที่กล่าวข้างต้นก็น่าจะได้ผลดีหากต้องเสี่ยงกับโรคที่ว่า แต่หากไม่มีการระบาดของโรคดังกล่าว ชาวสวนยางพาราส่วนหนึ่งก็มักจะใส่ปุ๋ยหลังจากต้นยางผลัดใบและใบเพสลาดหรือใบแก่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากว่าไม่ต้องการให้ต้นยางนำอาหารไปสร้างใบ การรอให้ใบแก่ก่อนแล้วใส่ปุ๋ยในกรณีนี้ก็หมายความว่าธาตุอาหารจากปุ๋ยทั้งหมดจะถูกนำไปสร้างเป็นผลผลิตน้ำยางอย่างเดียว แต่เนื่องจากการสร้างน้ำยางจะต้องเริ่มจากใบ ใบที่สมบูรณ์ก็ย่อมทำให้ได้รับผลผลิตน้ำยางมากตามไปด้วย ดังนั้น ปุ๋ยจำนวน 1 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี ที่จะใส่ให้กับสวนยางพาราที่กำลังให้ผลผลิตอยู่ก็ควรแบ่งเป็น 2 ส่วน ครึ่งหนึ่งใส่ปลายฤดูฝนก่อนยางผลัดใบ และอีกครึ่งหนึ่งใส่หลังจากใบแก่แล้วซึ่งก็คือต้นฤดูฝน นั่นเอง
- 14/04/2009 07:13 - ประโยชน์อีกมากมายของอีเรเซอร์-วัน+พาร์ทเวย์ ไอพีพี
- 14/03/2009 09:15 - ผลการใช้อีเรเซอร์-วัน+พาร์ทเวย์ ไอพีพีฟื้นฟูยางเปลือกแห้งหรือยางหน้าตาย
- 11/03/2009 17:00 - ผลการใช้ อีเรเซอร์-วัน+พาร์ทเวย์ ไอพีพี
- 10/03/2009 17:00 - อีเรเซอร์-วัน+พาร์ทเวย์ ไอพีพี คืออะไร?
- 24/02/2009 17:00 - โครงการสนับสนุนสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางเพื่อแก้ไขราคายางตกต่ำ
- 17/01/2009 06:04 - โปรดร่วมติชมหรือแสดงความคิดเห็นต่อเวบไซต์ "ยางพาราวันนี้"
- 09/01/2009 17:00 - สาระยางพาราน่ารู้ที่เพิ่งเขียนเสร็จสัปดาห์นี้
- 28/12/2008 17:00 - สิ่งที่ไม่ควรกระทำเมื่อน้ำท่วมสวนยางพารา
- 26/12/2008 17:00 - เตรียมสวนยางพาราให้พร้อมเมื่อหน้าแล้งวนมาเยือน(ตอนที่ 3)
- 24/12/2008 17:00 - เตรียมสวนยางพาราให้พร้อมเมื่อหน้าแล้งวนมาเยือน(ตอนที่ 2)





