หลังจากที่ราคายางพาราได้ตกต่ำมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551 เนื่องจากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจของโลก จนเกษตรกรชาวสวนยางพาราต้องพบกับความเดือดร้อนกันอย่างถ้วนหน้า คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2552 เห็นชอบให้กระทรวงเกษตรฯ ดำเนินการโครงการสนับสนุนสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางเพื่อเพิ่มมูลค่า เพื่อแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ โดยสถาบันเกษตรกรสามารถยื่นคำขอสมัครเข้าร่วมโครงการฯ ได้ที่สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัด(สกย.จ.) ทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2552 นี้ เป็นต้นไป
โดยสถาบันเกษตรกรที่มีสิทธิ์สมัครเข้าร่วมโครงการสนับสนุนสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางเพื่อเพิ่มมูลค่า เพื่อแก้ปัญหาราคายางตกต่ำได้
- จะต้องเป็นนิติบุคคล และดำเนินกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ คือ ผลิตยางแผ่นรมควันอัดก้อน, ผลิตยางแท่ง หรือยางคอมปาวด์ หรือยางแผ่นอบแห้ง หรือผลิตน้ำยางข้น, รับซื้อยางแผ่นรมควันซึ่งผลิตจากวัตถุดิบของสมาชิกแล้วนำมาแปรรูปเป็นยางแผ่นรมควันอัดก้อน
- ก็จะต้องผ่านความเห็นชอบการเข้าร่วมโครงการฯ โดยต้องมีรายงานการประชุมของคณะกรรมการดำเนินการสถาบันเกษตรกร ประกอบการพิจารณาด้วย
- ผ่านการเห็นชอบและอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการฯ จากคณะอนุกรรมการบริหารโครงการฯระดับจังหวัด โดยต้องมีประสบการณ์และความชำนาญในการทำธุรกิจยางพารา, มีผลการดำเนินงานดี ไม่มีข้อบกพร่องในการดำเนินงานที่เป็นสาระสำคัญ, และปัจจุบันยังดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง สถาบันเกษตรกรต้องรับซื้อผลผลิตตามที่ระบุในโครงการ มาจากสมาชิกที่ปลูกยางพารา
- ผู้เก็บรักษาเงินสดและผู้จัดทำบัญชีของสถาบันเกษตรกรต้องเป็นคนละคนกัน
- ยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการบริหารโครงการฯกำหนด โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการจนถึงวันที่ 31 ธ.ค.2552 นี้
โดยวงเงินสินเชื่อต่อหนึ่งสถาบันเกษตรกรจะขึ้นอยู่กับปริมาณรวมของผลผลิตที่ผ่านการประเมินของคณะอนุกรรมการระดับจังหวัด กล่าวคือ กลุ่มเกษตรกร ไม่เกิน 5 ล้านบาท, สหกรณ์ ไม่เกิน 15 ล้านบาท, ชุมนุมสหกรณ์ ไม่เกิน 45 ล้านบาท, วิสาหกิจชุมชน/สมาคมสหพันธ์ชาวสวนยาง ไม่เกิน 3 ล้านบาท ทั้งนี้ ยางที่ผลิตได้จะถูกจัดเก็บในโกดังตามที่คณะอนุกรรมการบริหารโครงการฯระดับจังหวัดกำหนด ส่วนการขายยางตามโครงการฯ จะมุ่งไปตลาดต่างประเทศเป็นหลักโดยให้ขายผ่านชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย(ชสยท.) และต้องคำถึงเสถียรภาพราคายางเป็นองค์ประกอบหลักในการพิจารณา
ที่สำคัญก็คือ สถาบันเกษตรกรต้องรับผิดชอบต่อผลกำไรหรือขาดทุนจากการบริหารงานที่อยู่ในส่วนที่ต้องรับผิดชอบเองทั้งหมด และหากชำระเงินกู้ได้หมดภายใน 31 ธันวาคม 2552 ก็จะไม่มีดอกเบี้ย หากเกินระยะเวลาดังกล่าว สถาบันเกษตรกรจะต้องจ่ายดอกเบี้ยในอัตราปกติที่ธนาคารเพื่อการเกษตรฯ คิดกับสถาบันเกษตรกรตามประกาศของธนาคารฯ รวมกับดอกเบี้ยเพิ่มอีกร้อยละ 3 ในส่วนเงินต้นที่มิได้ชำระตั้งแต่ 1 มกราคม 2553 จนกว่าจะชำระเสร็จ
- 15/04/2009 02:35 - จากสวนยางพารา 10 ไร่ขอมีรายได้เพิ่ม 10,000 บาทต่อเดือน
- 14/04/2009 07:13 - ประโยชน์อีกมากมายของอีเรเซอร์-วัน+พาร์ทเวย์ ไอพีพี
- 14/03/2009 09:15 - ผลการใช้อีเรเซอร์-วัน+พาร์ทเวย์ ไอพีพีฟื้นฟูยางเปลือกแห้งหรือยางหน้าตาย
- 11/03/2009 17:00 - ผลการใช้ อีเรเซอร์-วัน+พาร์ทเวย์ ไอพีพี
- 10/03/2009 17:00 - อีเรเซอร์-วัน+พาร์ทเวย์ ไอพีพี คืออะไร?
- 23/01/2009 17:00 - ผลการใส่ปุ๋ยยางพาราปลายฝนหรือหลังยางผลัดใบ
- 17/01/2009 06:04 - โปรดร่วมติชมหรือแสดงความคิดเห็นต่อเวบไซต์ "ยางพาราวันนี้"
- 09/01/2009 17:00 - สาระยางพาราน่ารู้ที่เพิ่งเขียนเสร็จสัปดาห์นี้
- 28/12/2008 17:00 - สิ่งที่ไม่ควรกระทำเมื่อน้ำท่วมสวนยางพารา
- 26/12/2008 17:00 - เตรียมสวนยางพาราให้พร้อมเมื่อหน้าแล้งวนมาเยือน(ตอนที่ 3)





