ยางพาราวันนี้!

Live-rubber.com: บริการสาระและความรู้สำหรับชาวสวนยางพารามือใหม่

  • เพิ่มขนาดตัวอักษร
  • ขนาดตัวอักษรปกติ
  • สดขนาดตัวอักษร
Home ข่าว-ความเคลื่อนไหวจากสวนยาง ความเคลื่อนไหวจากสวนยาง โครงการสนับสนุนสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางเพื่อแก้ไขราคายางตกต่ำ
ข่าว,ความเคลื่อนไหวจากสวนยางพารา

โครงการสนับสนุนสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางเพื่อแก้ไขราคายางตกต่ำ

อีเมล พิมพ์ PDF

สหกรณ์กองทุนสวนยางหลังจากที่ราคายางพาราได้ตกต่ำมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551 เนื่องจากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจของโลก จนเกษตรกรชาวสวนยางพาราต้องพบกับความเดือดร้อนกันอย่างถ้วนหน้า คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2552 เห็นชอบให้กระทรวงเกษตรฯ ดำเนินการโครงการสนับสนุนสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางเพื่อเพิ่มมูลค่า เพื่อแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ โดยสถาบันเกษตรกรสามารถยื่นคำขอสมัครเข้าร่วมโครงการฯ ได้ที่สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัด(สกย.จ.) ทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2552 นี้ เป็นต้นไป

โดยสถาบันเกษตรกรที่มีสิทธิ์สมัครเข้าร่วมโครงการสนับสนุนสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางเพื่อเพิ่มมูลค่า เพื่อแก้ปัญหาราคายางตกต่ำได้

  1. จะต้องเป็นนิติบุคคล และดำเนินกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ คือ ผลิตยางแผ่นรมควันอัดก้อน, ผลิตยางแท่ง หรือยางคอมปาวด์ หรือยางแผ่นอบแห้ง หรือผลิตน้ำยางข้น, รับซื้อยางแผ่นรมควันซึ่งผลิตจากวัตถุดิบของสมาชิกแล้วนำมาแปรรูปเป็นยางแผ่นรมควันอัดก้อน
  2. ก็จะต้องผ่านความเห็นชอบการเข้าร่วมโครงการฯ โดยต้องมีรายงานการประชุมของคณะกรรมการดำเนินการสถาบันเกษตรกร ประกอบการพิจารณาด้วย
  3. ผ่านการเห็นชอบและอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการฯ จากคณะอนุกรรมการบริหารโครงการฯระดับจังหวัด โดยต้องมีประสบการณ์และความชำนาญในการทำธุรกิจยางพารา, มีผลการดำเนินงานดี ไม่มีข้อบกพร่องในการดำเนินงานที่เป็นสาระสำคัญ, และปัจจุบันยังดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง สถาบันเกษตรกรต้องรับซื้อผลผลิตตามที่ระบุในโครงการ มาจากสมาชิกที่ปลูกยางพารา
  4. ผู้เก็บรักษาเงินสดและผู้จัดทำบัญชีของสถาบันเกษตรกรต้องเป็นคนละคนกัน
  5. ยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการบริหารโครงการฯกำหนด โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการจนถึงวันที่ 31 ธ.ค.2552 นี้

โดยวงเงินสินเชื่อต่อหนึ่งสถาบันเกษตรกรจะขึ้นอยู่กับปริมาณรวมของผลผลิตที่ผ่านการประเมินของคณะอนุกรรมการระดับจังหวัด กล่าวคือ กลุ่มเกษตรกร ไม่เกิน 5 ล้านบาท, สหกรณ์ ไม่เกิน 15 ล้านบาท, ชุมนุมสหกรณ์ ไม่เกิน 45 ล้านบาท, วิสาหกิจชุมชน/สมาคมสหพันธ์ชาวสวนยาง ไม่เกิน 3 ล้านบาท ทั้งนี้ ยางที่ผลิตได้จะถูกจัดเก็บในโกดังตามที่คณะอนุกรรมการบริหารโครงการฯระดับจังหวัดกำหนด ส่วนการขายยางตามโครงการฯ จะมุ่งไปตลาดต่างประเทศเป็นหลักโดยให้ขายผ่านชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย(ชสยท.) และต้องคำถึงเสถียรภาพราคายางเป็นองค์ประกอบหลักในการพิจารณา

ที่สำคัญก็คือ สถาบันเกษตรกรต้องรับผิดชอบต่อผลกำไรหรือขาดทุนจากการบริหารงานที่อยู่ในส่วนที่ต้องรับผิดชอบเองทั้งหมด และหากชำระเงินกู้ได้หมดภายใน 31 ธันวาคม 2552 ก็จะไม่มีดอกเบี้ย หากเกินระยะเวลาดังกล่าว สถาบันเกษตรกรจะต้องจ่ายดอกเบี้ยในอัตราปกติที่ธนาคารเพื่อการเกษตรฯ คิดกับสถาบันเกษตรกรตามประกาศของธนาคารฯ รวมกับดอกเบี้ยเพิ่มอีกร้อยละ 3 ในส่วนเงินต้นที่มิได้ชำระตั้งแต่ 1 มกราคม 2553 จนกว่าจะชำระเสร็จ


<< Previous Page                    Next Page >>

 


4 กระทู้ล่าสุดจากกระดานสนทนา