สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง หรือ สกย. ทั่วประเทศ กำหนดวันเปิดรับสมัครเกษตรกรและผู้สนใจเข้าร่วมโครงการปลูกยางพาราในที่แห่งใหม่ ระยะที่ 3 ตาม พ.ร.บ.กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง มาตรา ๒๑ ทวิ(สำหรับผู้ไม่มีสวนยางมาก่อน) ปีงบประมาณ 2554 เพื่อส่งเสริมช่วยเหลือเกษตรกรให้ปลูกยางพันธุ์ดีในเขตพื้นที่ที่มีศักยภาพและเหมาะสม จำนวน 200,000 ไร่ ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ ที่สำนักงานจังหวัด,ศูนย์ปฏิบัติการจังหวัด และสำนักงานอำเภอใกล้บ้านท่าน
หลักเกณฑ์คุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับการพิจารณาให้รับการสงเคราะห์
- จะต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย
- จะต้องเป็นผู้ไม่มีสวนยาง(รวมถึงของคู่สมรสด้วย)ในวันพิจารณาให้การสงเคราะห์
- จะต้องมีที่ดินของตนเองตั้งแต่ ๒ ไร่ขึ้นไป และมีหลักฐานแสดงการครอบครองหรือแสดงกรรมสิทธิ์ หรือมีเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน (เช่น นส.3, นส.3 ก, โฉนด, สปก 4-01 หรือ นค.1 เป็นต้น สำหรับ ภบท.5, ภบท.6 และ ภบท.11 ไม่สามารถใช้เข้าร่วมโครงการได้) และที่ดินดังกล่าวข้างต้นจะต้องตั้งอยู่ในท้องที่ซึ่งคณะกรรมการสงเคราะห์การทำสวนยางกำหนดโดยคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร ประกาศเป็นเขตพื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพาราและจะต้องมีสภาพเหมาะสมในการปลูกยางพันธุ์ดีด้วย
จากข้อกำหนดดังกล่าวผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการจึงต้องเตรียมหลักฐานเอกสารในวันรับสมัคร ดังนี้
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 2 ฉบับ
- เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่ดินฉบับตัวจริง พร้อมสำเนา 2 ฉบับ
เมื่อผ่านขั้นตอนการรับสมัครแล้ว สกย. จะตรวจสอบคุณสมบัตของผู้สมัครโดยเทียบรายชื่อผู้สมัครกับทะเบียนรายชื่อผู้เข้าร่วมโครงการปลูกยางกับ สกย. ทุกโครงการทั้งในอดีตและปัจจุบัน หากปรากฏรายชื่ออยู่ในโครงการต่าง ๆ ของ สกย. ถือว่าขาดคุณสมบัติ(จะต้องไม่มีสวนยางมาก่อน) จากนั้นทางสกย.จะขอให้กำนัน หรือผู้ใหญ่บ้าน หรือนายก อบต. เป็นผู้ตรวจสอบและลงนามรับรองอีกครั้ง ว่าเป็นผู้ไม่มีสวนยางมาก่อนในขณะที่ได้รับการพิจาณาให้การสงเคราะห์(ตามแบบฟอร์มที่สกย.กำหนด) และจะประกาศรายชื่อผู้มีคุณสมบัติเข้าร่วมโครงการฯตามลำดับการยื่นขอ
เมื่อได้รายชื่อผู้มีคุณสมบัติเข้าร่วมโครงการเรียบร้อยแล้ว สกย. จะนัดประชุมเพื่อชี้แจงรายละเอียดโครงการและนัดวัดสำรวจรังวัดที่ดินเพื่อทำแผนที่และหาเนื้อที่ที่แท้จริง จากนั้น จะพิจารณาอนุมัติให้การสงคราะห์ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการสงเคราะห์การทำสวนยาง หรือ ก.ส.ย.กำหนด โดยจะพิจารณาให้การสงเคราะห์รายละ 2 – 15 ไร่ ตามลำดับก่อนหลังของการยื่นขอรับการสงเคราะห์
ทั้งนี้ สกย.จะเป็นผู้สนับสนุนปัจจัยการผลิตในระยะ 3 ปีแรก เป็นเงินรวม 3,529 บาท/ไร่ โดยแบ่งจ่ายเป็นงวดตามหลักเกณฑ์ที่สกย.กำหนด ซึ่งประกอบด้วยค่าพันธุ์ยาง, ปุ๋ย และเมล็ดพืชคลุมดิน ส่วนที่เหลือปีที่ 4-7 เกษตรกรต้องใช้ทุนเองหรือขอเข้าร่วมโครงการกับธกส. โดยได้รับการถ่ายทอดความรู้การทำสวนยางอย่างถูกหลักวิชาการจากสกย.ตลอดเวลาที่เข้าร่วมโครงการ และมีหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกอบด้วย กรมวิชาการเกษตร สนับสนุนด้านวิชาการ กรมพัฒนาที่ดินดูแลควบคุมเรื่องปุ๋ยอินทรีย์ และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร จะเป็นผู้ประเมินผลโครงการดังกล่าว
สำหรับโควต้าการให้การสงเคราะห์ในปีถัดไปหรือปี 2555 จะให้การสงเคราะห์ 300,000 ไร่ และปี 2556 จำนวน 300,000 ไร่
ท่านสามารถสอบถามความก้าวหน้า หรือรายละเอียดโครงการฯ เพิ่มเติมได้ที่สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัด, ศูนย์ปฏิบัติการสงเคราะห์สวนยางจังหวัด และสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางอำเภอ ทุกที่ใกล้บ้านท่าน
- 26/11/2011 13:16 - โครงการไม่เปิดกรีดต้นยางพาราก่อนกำหนด เริ่มแล้ววันนี้
- 18/06/2010 15:07 - ปลูกยางพาราให้สวยและทนแล้งด้วยโพลิเมอร์ Alcosorb AB3/400
- 12/07/2009 02:57 - การติดตั้งอุปกรณ์อัดฮอร์โมนเอทธิลีนแบบริมโฟลว์
- 12/07/2009 02:57 - การติดตั้งอุปกรณ์อัดฮอร์โมนเอทธิลีนแบบเลท-ไอ
- 12/07/2009 02:57 - การติดตั้งอุปกรณ์อัดฮอร์โมนเอทธิลีนแบบดับเบิ้ลเท็กซ์
- 11/07/2009 06:36 - รูปแบบอุปกรณ์อัดฮอร์โมนเอทธิลีนสู่เปลือกต้นยางพารา





