
คงเป็นที่ทราบกันทั่วไปแล้วว่า ขณะนี้ราคาปุ๋ย ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยเคมี หรือปุ๋ยอินทรีย์ หรืออินทรีย์ชีวภาพ ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยบำรุงพืชชนิดใด ไม่ว่าจะเป็นแม่ปุ๋ยหรือปุ๋ยอัดเม็ด ล้วนขยับราคาขึ้นสูงมาก ๆ และ ณ วันนี้ ปุ๋ยสำหรับยางพาราสูตร 20-8-20 มีราคาสูงถึง กระสอบ(50 กิโลกรัม)ละ ประมาณ 1,550 บาท สาเหตุเพราะราคาวัตถุดิบในตลาดโลกต่างขยับตัวสูงขึ้น และเนื่องจากพื้นที่ปลูกยาพาราของไทยโดยทั่วไปแล้ว ถือว่ามีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างต่ำ กอปรกับการปลูกยางพาราในขณะนี้กำลังย่างเข้าสู่รอบที่ 2 หรือ 3 แล้ว จึงไม่อาจหลีกเลี่ยงการใส่ปุ๋ยได้เลย ในเมื่อจำเป็นต้องใช้ ต้องใส่ปุ๋ย วันนี้ live-rubber ใคร่ขอเสนอเทคนิคการเลือก,และใส่ปุ๋ยในสวนยางพาราอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้คุ้มค่าปุ๋ยแพง ดังนี้
- เมื่อจะทำการใส่ปุ๋ย ต้องกำจัดวัชพืชก่อน เพื่อป้องกันวัชพืชแย่งธาตุอาหาร
- เลือกสูตรปุ๋ยให้เหมาะสมกับสภาพดินและอายุต้นยางพารา ถ้าเป็นสวนยางพาราในระยะก่อนให้ผลผลิต หากท่านขอทุนกับสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) ท่านอาจต้องซื้อปุ๋ยด้วยเงินตัวเอง(หรือเบิกจากสกย.)ก่อน แล้วนำใบเสร็จไปเบิกค่าปุ๋ยตามอัตราที่สกย.กำหนด แบบนี้ต้องเป็นสูตร 20-8-20 เท่านั้นที่ท่านจะเบิกค่าปุ๋ยได้ แต่ถ้าท่านทำสวนยางพาราด้วยทุนเอง ก็อาจพิจารณาปุ๋ยสูตรอื่นที่มีมาตรฐานเช่นกัน แต่ราคาต่ำกว่าได้ เช่น สูตร 25-7-7, 19-6-5, 18-4-5 หรือ 20-10-5
- ซื้อปุ๋ยยางพาราจากแหล่งผลิตและแหล่งจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ ยิ่งถ้าเป็นร้านที่มีการรับรองจากกรมวิชาการ กระทรวงเกษตรฯ เช่น ร้านที่ได้ รับ Q Shop ก็จะเป็นการดีมาก (Q-Shop เป็นโครงการร้านขายปุ๋ยเคมีที่มีคุณภาพ ได้รับการรับรองมาตรฐานและได้รับเครื่องหมาย จากกรมวิชาการเกษตร เป็นร้านที่มีคุณสมบัติตามที่กรมฯ กำหนด และมีความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนสามารถถ่ายทอดความรู้เรื่องการใช้ปุ๋ยและสารเคมีเกษตรอย่างถูกต้องแก่เกษตรกรได้)
- ไม่ซื้อปุ๋ยที่แบ่งบรรจุ เพื่อป้องกันการปลอมปน
- หากสวนยางพาราของท่านมีความอุดมสมบูรณ์ของดินดี ไม่ว่าจะเป็นสวนยางพาราในระยะก่อนให้ผลผลิต หรือเป็นสวนยางพาราที่ให้ผลผลิตแล้ว ควร
ลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีลงเหลือครึ่งหนึ่งของอัตราที่แนะนำ แล้วใช้ปุ๋ยอินทรีย์หรืออินทรีย์ชีวภาพเสริมต้นละ 1-1.5 ก.ก./ครั้ง (ตามคำแนะนำของสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร) - ควรผลิตปุ๋ยอินทรีย์หรืออินทรีย์ชีวภาพขึ้นใช้เองในหมู่บ้านในรูปของกลุ่มเกษตรกร ซึ่งสำนักงานพัฒนาที่ดินในแต่ละจังหวัด สามารถให้คำแนะนำที่ดีในเรื่องนี้ได้
- หากจำเป็นต้องซื้อปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ควรซื้อที่มีคุณภาพดีและควรมีรายละเอียดข้างกระสอบ เช่น จำนวนและสายพันธุ์จุลินทรีย์, ปริมาณจุลินทรีย์ที่มีชีวิตต่อปุ๋ย 1 กรัม, ความชื้น, วันเดือนปีที่ผลิต, วันเดือนปีที่หมดอายุ เป็นต้น
- ในการสั่งซื้อปุ๋ย เกษตรกรชาวสวนยางพาราควรรวมตัวกันซื้อคราวละมาก ๆ เพื่อให้ได้ราคาที่ต่ำและประหยัดค่าขนส่ง ถ้าเป็นไปได้ ก็น่าจะตั้ง “กองทุนปุ๋ย” แต่ละหมู่บ้าน
- ซื้อปุ๋ยเคมีที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องโดยมีเลขทะเบียนของกรมวิชาการเกษตรอยู่ข้างกระสอบ
- ควรใส่ปุ๋ยในช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสม เช่น ใส่ต้นฤดูฝน(เดือนนี้) หรือปลายฤดูฝน หลีกเลี่ยงการใส่ปุ๋ยในช่วงฝนตกชุก
- การใส่ปุ๋ยแต่ละครั้ง หากเป็นการหว่าน ต้องคราดกลบ หรือใส่เป็นแถบ เป็นหลุม (อย่างน้อยต้นละ 2 หลุม) ต้องกลบดินเพื่อป้องกันการชะล้าง
- ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการกำจัดวัชพืชและใส่ปุ๋ย ควรให้เวลาในสิ่งเหล่านี้ให้มากขึ้น และปฏิบัติด้วยความประณีต ไม่รีบร้อน หรือกระทำแบบที่ให้เสร็จเร็ว ๆ เพราะราคาปุ๋ยแพงมาก ต้องให้ปุ๋ยทุกเม็ดเป็นประโยชน์กับสวนยางให้มากที่สุด





