กรุงเทพฯ 30 ต.ค. - นายหลักชัย กิตติพล นายกสมาคมยางพาราไทย เปิดเผยว่า ราคายางพาราที่ระดับ 60 บาทต่อกิโลกรัมในปัจจุบัน เป็นราคาที่ผู้ปลูกยางพาราอยู่ได้ ในภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวจากปัญหาวิกฤติสถาบันการเงิน ซึ่งทำให้ยอดการใช้ยางพาราในโลกลดลงตามยอดขายรถยนต์ที่ลดลง อย่างไรก็ตาม เห็นว่า ไม่ควรเข้าไปแทรกแซงหรือค้ำประกันราคายางพารา เพราะเป็นการบิดเบือนกลไกตลาด โดยอุตสาหกรรมยางพารายังสามารถยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง นอกจากนี้ในที่ประชุม 3 ประเทศ คือ ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย มีมติร่วมกันว่าจะมีการลดกำลังการผลิตยางพาราลง 215,000 ตัน โดยจะมีการโค่นต้นยางเก่า 169,000 เฮกตา (6.25 ไร่ =1 เฮกตา) แบ่งเป็นต้นยางของไทย 64,000 เฮกตา อินโดนีเซีย 55,000 เฮกตา และมาเลเซีย 50,000 เฮกตา ซึ่งจะช่วยทำให้ปริมาณยางที่ออกสู่ตลาดลดลง ส่วนแนวโน้มราคายางพาราปีหน้าขึ้นกับสถานการณ์ราคาน้ำมันเป็นหลัก เพราะร้อยละ 60 เป็นยางเทียม ที่ใช้น้ำมันเป็นวัตถุดิบ และร้อยละ 40 เป็นยางธรรมชาติ
นายหลักชัย กล่าวถึงแนวโน้มการส่งออกยางพาราของไทยว่า คาดว่า ทั้งปี 2551 จะส่งออกได้ทั้งหมด 2.75 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 ในด้านปริมาณ แต่ในด้านมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 เพราะราคายางพาราคาที่ผ่านมาถือว่าดี ส่วนปี 2552 คาดว่า ยอดการส่งออกจะลดลง 150,000 ตัน เหลือ 2.6 ล้านตัน
“ขณะนี้ธุรกิจยางพาราถือว่า ยังเดินหน้าต่อไปได้ โดยยังไม่มีการปลดพนักงงาน และธุรกิจต่าง ๆ ก็ ยังเดินหน้าไปได้ตามปกติ” นายหลักชัย กล่าว – สำนักข่าวไทย





