ส่งออกไม้ยางพาราฟื้นตัวแล้ว ออร์เดอร์จากต่างประเทศทะลัก ตลาดจีนครองแชมป์ นายกสมาคมธุรกิจไม้ยางพาราไทยเผยเป็นอุตสาหกรรมที่ทำเงินเข้าประเทศได้สูงถึง ปีละ 2.4 หมื่นล้านบาท จี้รัฐยกเลิกภาษีส่งออก 3% เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ
นายสุทิน พรชัยสุรี นายกสมาคมธุรกิจไม้ยางพาราไทยและประธานกลุ่มโรงเลื่อย โรงอบไม้ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า อุตสาหกรรมไม้ยางพารา, ไม้กิ่งกลม และไม้ฟืน ขยายตัวเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ โดยในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมาราคาไม้ยางพาราที่หน้าโรงงานยังอยู่ที่กิโลกรัมละ 1.20-1.30 บาท แต่ขณะนี้ได้ขยับราคาสูงขึ้นมาอยู่ที่ 1.40 บาท/ก.ก.
สำหรับไม้ประเภทอื่นๆ เช่น กิ่งไม้กลม ปีกไม้ ที่นำไปแปรรูปเป็นปาร์ติเกิลบอร์ด และปลายไม้แปรรูปเป็นเอ็มดีเอส ราคาขยับขึ้นทุกตัว เช่น ไม้ฟืน กิ่งไม้กลม ราคาเคลื่อนไหวอยู่ที่ 1-1.20 บาท/ก.ก. และปลายไม้ ราคา 0.80-1 บาท/ก.ก. สำหรับราคาไม้ยางพาราในปัจจุบันนั้น มีราคาเฉลี่ยต่ำสุดไร่ละ 25,000 บาท บางแห่งราคา 50,000 บาท/ไร่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพไม้และสถานที่ตั้งของสวนยางด้วย
นายสุทินกล่าวว่า ในปีนี้แนวโน้มราคาไม้ยางพาราแปรรูปทุกประเภทจะขยับสูงขึ้นประมาณ 10 % เป็นการสวนกระแสวิกฤตเศรษฐกิจโลกเนื่องจากตลาดต่างประเทศยังมีความต้องการจำนวนมาก โดยเฉพาะประเทศจีนต้องการไม้ยางพาราไทยมากถึง 80 % รองลงมาคือ เวียดนาม และมาเลเซีย
"การส่งออกไม้ยางพาราแปรรูปอบแห้ง สามารถทำเงินเข้าประเทศได้ปีละประมาณ 9,000-10,000 ล้านบาท ขณะที่ไม้แปรรูปที่นำไปผลิตปาร์ติเกิล และเอ็มดีเอส ก็สร้างรายได้ปีละ 14,000 ล้านบาท รวมแล้วมี รายได้เข้าประเทศปีละ 24,000 ล้านบาท ปัจจุบันมีโรงงานประมาณ 500 แห่ง ใช้เงินลงทุนโดยเฉลี่ยแห่งละ 20-50 ล้านบาท มีเงินหมุนเวียนขั้นต่ำอีกแห่งละ 20 ล้านบาท มีคนงานแห่งละ 150-300 คน"
นายสุทินกล่าวด้วยว่า แม้อุตสาหกรรมไม้ยางพาราแปรรูปจะสร้างรายได้เข้าประเทศจำนวนมาก แต่กลับไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล โดยเฉพาะไม่มีการส่งเสริมกลุ่มต้นน้ำ เมื่อรัฐบาลไม่สนับสนุน สำนักงานบีโอไอ ก็ไม่ให้การสนับสนุน ซึ่งทางสถาบันการเงินก็ไม่ปล่อยสินเชื่อให้ด้วย นอกจากนั้น รัฐบาลยังไม่สนับสนุนการส่งออกโดยการจัดเก็บภาษีส่งออกไม้ยางพาราอบแห้งสูงถึง 3% ดังนั้นควรประกาศยกเลิกเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งขณะนี้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกำลังหารือเพื่อหาทางออกในเรื่องนี้
ด้านนายฮับ ไพชำนาญ ผู้ค้าไม้ยางพารา อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เปิดเผยว่า ธุรกิจค้าไม้ยางพารากระเตื้องขึ้นมาอีกระลอกหลังจากเกิดภาวะซบเซาในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยราคาปรับตัวลงมาอย่างต่อเนื่องจนถึงราคา 1.10 บาท/ก.ก. แต่ในระยะนี้ราคาได้ขยับขึ้นมาแล้ว ขณะที่สวนยางพาราปัจจุบันมีการซื้อขายกันในราคาตั้งแต่ 35,000 และ 50,000 บาท/ไร่
ข่าวจาก หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 22 มิ.ย. 2552
- 20/06/2009 08:26 - จีนคาดความต้องการยางในประเทศปีหน้าเพิ่ม 8.5%
- 28/05/2009 03:14 - รักษาสวนยางพาราให้เป็นขุมทรัพย์-กรีดยางดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
- 20/05/2009 12:22 - สศก.ชู 5 พืชเศรษฐกิจอนาคตใส ข้าว-มัน-ยาง-ปาล์ม-อ้อย
- 03/03/2009 14:05 - กลุ่มเกษตรกรบ้านธารน้ำทิพย์ ผลิตยางคอมปาวด์เพื่อการส่งออก
- 22/01/2009 07:02 - กรมวิชาการเกษตรเปิดตลาดกลางยางพาราเพิ่มอีก 2 แห่ง





