"เหนือ-อีสาน"เริ่มมีลมหนาวพัดโชยแล้ว อุตุฯคาดกลาง"ธ.ค.-ม.ค."นี้ต่ำกว่า 8 องศา ระบุปีนี้หนาวหนักกว่าปีก่อนๆ ส่วนภาคใต้ ยังต้องเจอสภาพฝนชุกตั้งแต่ พ.ย.นี้ เตือนฝั่งอันดามันให้ระวังน้ำท่วมฉับพลัน
เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม รายงานข่าวจากกรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งว่า ปีนี้ฤดูหนาวจะเริ่มตั้งแต่กลางเตือนตุลาคมเป็นต้นไป โดยมีความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนเป็นระยะๆ ประกอบกับลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) จะเริ่มพัดปกคลุมประเทศไทย ทำให้ภาคเหนือและภาคอีสานเริ่มมีอากาศเย็นก่อนภาคอื่นๆ และอากาศจะหนาวจัดในช่วงกลางเดือนธันวาคม-มกราคม อุณหภูมิจะต่ำกว่า 8 องศาเซลเซียส เนื่องจากมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนและมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงจะพัดลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนบ่อยครั้งและต่อเนื่องมากขึ้น ซึ่งฤดูหนาวปีนี้อาจมีอุณหภูมิหนาวเย็นมากกว่าปีก่อนๆ โดยเฉพาะบริเวณยอดดอยและยอดภู อาจมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นได้
ส่วนภาคกลางและตะวันออกจะเริ่มมีอากาศเย็นลงชัดเจนในเดือนพฤศจิกายน โดยอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 20-24 องศาเซลเซียส และอากาศจะเริ่มอุ่นขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป ทำให้ช่วงกลางวันมีอากาศร้อน ส่วนภาคเหนือและภาคอีสานจะมีอากาศหนาวไปอีกสักระยะและจะหมดหนาวตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป โดยตลอดช่วงฤดูหนาวนี้ คาดว่าอุณหภูมิโดยเฉลี่ยจะใกล้เคียงค่าปกติ อย่างไรก็ตาม ฤดูหนาวปีนี้จะยังคงมีฝนตกต่อเนื่องทั่วทุกภาคและมีลมแรงไปจนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน โดยเฉพาะภาคใต้มีฝนตกชุกตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมเป็นต้นไป และฝนจะเริ่มลดลงในเดือนธันวาคม
"โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤศจิกายนคาดการณ์ว่าอาจมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงก่อตัวขึ้นในทะเลจีนใต้ตอนล่าง และอาจทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนผ่านภาคใต้ ส่งผลให้มีฝนตกชุกเป็นบริเวณกว้าง และอาจเกิดคลื่นพายุซัดฝั่งตามบริเวณชายฝั่งของภาคใต้ฝั่งตะวันออก (อ่าวไทย) ได้ ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันตก (อันดามัน) มีฝนตกชุก คลื่นลมแรง และในช่วงเดือนธันวาคมเป็นต้นไปจะมีอากาศเย็นและมีหมอกในตอนเช้า" กรมอุตุฯรายงาน





