ช่วงนี้ สวนยางพาราทางภาคเหนือ, ตะวันออกเฉียงเหนือ และ ภาคกลาง คงผลัดใบเหลือแต่กิ่งก้านไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับทางภาคใต้ ก็เพิ่งผ่านหน้าฝนมาได้ไม่นานนัก(9 ม.ค. 52) ชีวิตชาวสวนยางพาราทางใต้ช่วงนี้ก็เต็มไปด้วยภาระกิจนับตั้งแต่การตื่นนอนตอนดึก ๆ เพื่อเข้าสวนกรีดยาง หยุดหายใจนิดหนึ่ง พอเช้า ๆ ราว ๆ ก่อนสาย ก็เก็บน้ำยาง กว่าจะได้ขายก็ราว ๆ 10 โมง หลังจากได้พักผ่อนเพื่อชดเชยเวลานอนบ้างแล้ว การกำจัดวัชพืชและใส่ปุ๋ยบำรุงต้นยางพาราปลายฤดูฝน เป็นภาระกิจสำคัญที่รออยู่ด้วยเวลาที่จำกัดก่อนเข้าหน้าแล้ง





ในปี 2552 นี้ คาดว่าประเทศไทยจะมีผลผลิตยางพาราที่ระดับ 3.0-3.2 ล้านตัน สัดส่วนการส่งออกผลผลิตยางจะยังคงใก้ลเคียงกับปี 2551 คือประมาณ 2.7-2.8 ล้านตัน (หรือร้อยละ 88 ของผลผลิตยางทั้งหมด) โดยส่งออกในรูปของยางแท่งมากที่สุดถึงร้อยละ 40, ยางแผ่นรมควัน ร้อยละ 30 , น้ำยางข้น ร้อยละ 20 และส่วนที่เหลือเป็นผลผลิตยางประเภทอื่นๆ ส่วนผลผลิตยางที่ใช้ภายในประเทศมีประมาณ 4 แสนตัน (หรือร้อยละ 12 ของผลผลิตยางทั้งหมด)
การป้องกันแสงแดดที่จะทำให้เกิดแผลโคนต้นยางพารา แม้ว่าต้นยางพาราจะเป็นพืชในเขตร้อนก็ตาม มักพบว่าแสงแดดในเขตปลูกยางพาราที่แห้งแล้งและอากาศร้อนมาก ๆ มักจะก่อให้เกิดบาดแผลบริเวณเปลือกของต้นยางพาราด้านทิศตะวันตกเนื่องจากแสงแดดจะร้อนมากในช่วงบ่าย และหากชาวสวนยางพาราปล่อยให้ดินบริเวณโคนต้นยางอยู่ในสภาพ “เปลือย” ก็จะมีแสงแดดส่วนหนึ่งที่ส่องกระทบผิวดินที่แห้งผากแล้วสะท้อนกระทบเปลือกต้นยางบริเวณโคน ก็จะยิ่งทำให้ต้นยางมีอาการเป็นแผลมากขึ้น
การคลุมโคนต้นยางพารา ดูจะเป็นรายการที่เราควรพิจารณาเป็นอันดับต่อไป หรือบางคนก็อาจพิจารณาไว้ล่วงหน้าแล้ว สำหรับทางภาคใต้แล้ว คำแนะนำเรื่อง “การคลุมโคนต้นยางพาราในหน้าแล้งหรือหน้าร้อน” ในทุก ๆ ปีที่ผ่านมาดูจะเป็นเพียงเสียงกระซิบที่แผ่วเบา เพราะแม้ไม่ทำก็ไม่เป็นไร แต่สำหรับพื้นที่ปลูกยางพาราในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เทคนิคการคลุมโคนต้นยางพาราคงเป็นหนึ่งในหลาย ๆ วิธีการที่จะบรรเทาความเสียหายที่จะเกิดกับต้นยางพาราในหน้าแล้งโดยเฉพาะสำหรับต้นยางพาราที่อายุยังน้อยหรือ 1-3 ปี
หน้าหนาว ช่วงเวลาที่ถือว่าดีที่สุดสำหรับการเก็บเกี่ยวผลผลิตน้ำยาง เพราะเป็นช่วงที่น้ำยางไหลได้นาน จึงทำให้ได้น้ำยางมากนั่นเอง แต่ช่วงเวลาที่ดีมาก ๆ มักมีอยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อหน้าหนาวกำลังผ่านพ้นไปด้วยกระแสลมที่ค่อนข้างแรงขึ้น ผสมผสานเข้ากับแสงแดดที่ค่อย ๆ แผดเผาความชื้นทั้งบนและใต้ผิวดิน ให้เหลือไว้แต่ความแห้งแล้งและความเสี่ยงในเรื่องไฟไหม้สวนยาง, ต้นยางตาย, ต้นยางชะงักการเจริญเติบโต ฯลฯ ยังผลเสียหายต่อชาวสวนยางพารา การเตรียมสวนยางพาราให้พร้อมก่อนเข้าสู่หน้าแล้งหรือหน้าร้อนจะช่วยให้ต้นยางพาราสามารถผ่านพ้นภัยต่าง ๆ ไปได้
วันนี้ นับเป็นวันที่สองที่ชาวสวนยางพาราทางภาคใต้ฝั่งตะวันออก เช่น สงขลา ได้เริ่มทำการเปิดกรีดยางหลังจากที่ต้องหยุดกรีดไปตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2551 เนื่องจากฝนตกชุกเกือบทุกวัน แม้ว่าน้ำยางจะยังออกไม่มากนักเนื่องจากเพิ่งเปิดกรีด แต่ชาวสวนยางพาราทุกคนรู้ว่า อีกไม่กี่วัน ถ้วยยางแต่ละถ้วยคงได้ทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่ในการรับหยดน้ำยางในห้วงเวลาที่เราให้นิยามช่วงสุดแสนโรแมนติกช่วงนี้ว่า "ปลายฝน ต้นหนาว" ซึ่งเป็นช่วงที่เวลาที่ต้นยางพาราให้ผลผลิตน้ำยางมากที่สุด
ก่อนหน้านี้ ทุกวันที่ผมเดินทางไปทำงาน นอกจากพื้นที่ส่วนใหญ่ที่ผ่านไปสองข้างทางจะเป็นสวนยางพาราน้อยใหญ่แล้ว บางส่วนของพื้นที่ซึ่งแต่เดิมเป็นทุ่งนาที่ปกคลุมไปด้วยหญ้ารก ๆ หลังจากฝนตกลงมาแม้จะล่าไปเกือบเดือน ช่วงนี้ ภาพการไถนาด้วยแทรกเตอร์บ้าง ควายเหล็กบ้าง การถอนกล้า ดำนา ก็ปรากฎให้เห็นเป็นลำดับ บางแห่งก็ดูคึกคักและมีสีสัน ชาวบ้านบอกว่า ปีนี้ชาวสวนยางพาราทำนากันมากกว่าปีก่อน