การผลิตปุ๋ยอินทรีย์หรืออินทรีย์ชีวภาพเองหรือตั้งเป็นกลุ่มชาวสวนยางเพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์ จะทำได้ได้ปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพและราคาถูก(อาจจะเหลือเพียงกิโลกรัมละ 1-4 บาท เท่านั้น ปุ๋ยอินทรีย์หรืออินทรีย์ชีวภาพอาจมีหลายสูตรขึ้นอยู่กับวัสดุที่จะหาได้ในท้องถิ่นและวัตถุประสงค์หรือความต้องการของผู้ผลิต แต่หากต้องการจำหน่ายด้วย นอกจากจะมีอินทรีย์วัตถุตามกำหนดแล้ว ก็ควรจะได้สูตร N-P-K ตามที่กรมวิชาการกำหนดไว้เป็นมาตรฐาน คือ 1-0.5-0.5 ด้วย ในที่นี้จึงใคร่แนะนำวัสดุและวิธีผลิตปุ๋ยอินทรีย์หรืออินทรีย์ชีวภาพสำหรับสวนยางพารา สัก 2 สูตร โดยสูตรแรกจะเป็นสูตรที่มีธาตุอาหารค่อนข้างครบครัน(อาจทำเป็นแบบไม่อัดเม็ด หรืออัดเม็ดก็ได้)กว่าสูตรที่ 2 |
วัสดุที่ใช้ทำปุ๋ยอินทรีย์
วัสดุที่ใช้ทำปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพพร้อมคุณสมบัติและประโยชน์
- มูลไก่แห้ง ให้ธาตุอาหารหลักทั้ง 3 คือ ไนโตรเจน, ฟอสฟอรัส และโพแทสเซี่ยม (ต้องเป็นมูลไก่ที่ไม่มีโซดาไฟ)
- ฮิวมัส คือ ซากพืชและซากสัตว์ที่ตายทับถมกันจนเน่าเปื่อยและสลายกลายเป็นอินทรีย์วัตถุที่มีสีคล้ำ-ดำ ฮิวมัสอาจจะทำมาจากการหมักของซากพืชเพียงอย่างเดียวก็ได้ เช่น หมักจากกากอ้อยหรือปาล์ม ฮิวมัสจะให้อินทรีย์วัตถุ, ธาตุอาหารหลัก, ธาตุอาหารรอง และจุลธาตุ
- ปุ๋ยหินฟอสเฟต จะให้ธาตุฟอสฟอรัส
- โดโลไมต์ จะให้ธาตุแคลเซียมและแมกนีเซียมเป็นหลัก ซึ่งใช้ปรับปรุงดินในระดับตื้น ๆ เรามักนิยมใช้โดโลไมต์เพื่อปรับปรุงดินที่เป็นกรดให้คืนสภาพได้ในเวลาที่รวดเร็ว
- ยิปซั่ม เป็นสารปรับปรุงดินใช้ปรับปรุงดินในระดับลึกลงไป และให้ธาตุอาหารที่สำคัญ คือแคลเซียม, กำมะถัน และแมกนีเซียม แหล่งของยิปซั่มมาจากธรรมชาติใต้ดิน หรืออาจทำมาจากส่วนที่เหลือจาการทำปุ๋ยหินฟอสเฟต
- แร่ธรรมชาติเพอร์ไลต์หรือภูไมต์ เป็นแร่ธรรมชาติที่เกิดจากภูเขาไฟเกรด A ในเมืองไทย มีองค์ประกอบหลักเป็นซิลิกาไดออกไซด์ (SiO2) เมื่อใส่ลงไปในดิน จะละลายและปลดปล่อยซิลิกาออกมาในรูปของกรดซิลิสิก ทำให้พืชสามารถนำไปใช้ได้ เนื่องจากภูไมต์จะละลายอย่างช้า ๆ จึงทำให้ดินร่วนซุย และอุ้มน้ำได้ดีมาก (ซิลิกาจะเข้าไปอยู่ในเซลล์พืช และช่วยให้พืชมีลำต้นแข็งแรง)
- แกลบเผาหรือเถ้าปาล์ม เป็นเสมือนบ้านหลังใหม่ของจุลินทรีย์ที่ย้ายมาจากน้ำหมักชีวภาพ อีกทั้งแกลบยังให้ธาตุอาหารโพแทสเซี่ยม และคาร์บอน
- รำละเอียด เป็นอาหารของจุลินทรีย์ ช่วยให้จุลินทรีย์มีชีวิตอยู่ได้
- น้ำหมักจุลินทรีย์ชีวภาพ แหล่งของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อพืช
หมายเหตุ:
- กรณีไม่สามารถหาฮิวมัสได้ สามารถใช้ ดินท้องร่อง, ดินท้องคลอง, ดินเลนนากุ้ง, หน้าดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ หรือ ปุ๋ยหมักที่ใช้สูตร พ.ด.1 ทดแทน ได้เช่นกัน
- วัสดุหรือส่วนผสมนี้ ชาวสวนยางพารา(ที่มีความรู้เรื่องการผลิตปุ๋ยอินทรีย์อยู่บ้าง) บอกว่า"อัดแน่นด้วยคุณภาพ" จริง ๆ
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
สูตรที่ 1(ไม่อัดเม็ด)
วิธีหรือขั้นตอนการผลิต
- ทำการเตรียมน้ำหมักชีวภาพไว้ก่อน โดยหมักไว้ประมาณ 3 เดือน
- นำมูลไก่แห้งมาบดด้วยเครื่องบดหรือจะไม่บดก็ได้เช่นกัน
- ชั่งวัสดุทั้งหมด คือ มูลไก่, แกลบดำ, ภูไมต์, รำละเอียด, ฟอสเฟต, โดโลไมท์, ฮิวมัส และยิปซั่ม ให้ได้น้ำหนักตามที่ต้องการ
- นำวัสดุทั้งหมดใส่ลงในเครื่องผสม(อาจใช้โม่ปูนแทนชั่วคราว) เดินเครื่องผสมเพื่อทำการผสม เมื่อส่วนผสมเข้ากันดีแล้ว (ในขณะที่เครื่องกำลังหมุนอยู่)ใช้เครื่องพ่นหรือบัวรดน้ำต้นไม้ก็ได้ ราดน้ำหมักจุลินทรีย์ชีวภาพ สังเกตุดูจนได้ปุ๋ยที่มีความชื้นพอเหมาะ จากนั้นก็ถ่ายออกจากเครื่องผสม
- นำปุ๋ยใส่กระสอบ โดยชั่งให้ได้น้ำหนัก 50 กิโลกรัม(หรือ 25 กิโลกรัม ตามต้องการ) และตั้งทิ้งไว้ในอาคารหรือที่ร่ม(ยังไม่ควรมัดปากกระสอบ)จนปุ๋ยเย็นตัวลง
- มัดหรือเย็บปากกระสอบ เราก็จะได้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพชนิดไม่อัดเม็ดพร้อมสำหรับการใช้งาน หรือจำหน่าย ต่อไป
![]() |
![]() |
![]() |
|||
| ภาพการร่วมแรงร่วมใจกันของชาวสวนยางพาราในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์หรืออินทรีย์ชีวภาพเพื่อใช้และจำหน่ายกันเอง | |||||
สูตรการผสมปุ๋ยอินทรีย์(ชีวภาพ) จำนวน 200 ก.ก.
เมื่อผสมแล้วจะได้มาตรฐานปริมาณธาตุอาหาร 1.0-0.5-0.5 หรือใก้ลเคียง ดังนั้น จึงควรตรวจสอบปริมาณธาตุอาหารเมื่อจำเป็นต้องใช้ข้อมูลอ้างอิง
| วัสดุ |
น้ำหนัก(ก.ก.) | ราคา(บาท) | เป็นเงิน(บาท) |
|---|---|---|---|
| มูลไก่ | 65 | 2.50 | 162.50 |
| ฮิวมัส | 60 | 3.50 | 210.00 |
| ปุ๋ยหินฟอสเฟต | 30 | 2.60 | 78.00 |
| ยิปซั่ม | 10 | 3.00 | 30.00 |
| ภูไมต์ | 10 | 4.50 | 45.00 |
| รำละเอียด | 10 | 10.80 | 108.00 |
| แกลบเผา | 10 | 4.50 | 45.00 |
| โดโลไมต์ | 5 | 2.50 | 12.50 |
|
รวม |
200 | - | 691.00 |
นั่นคือ ต้นทุน:
691.00 บาทต่อปุ๋ย 4 กระสอบ(กระสอบละ 50 กิโลกรัม) หรือ
172.75 บาทต่อปุ๋ย 1 กระสอบ หรือ
3.46 บาทต่อกิโลกรัม
ต้นทุนการผลิตจะถูกลงกว่านี้อีกมากหากว่าเราสามารถหาวัสดุได้เองในท้องถิ่นบ้านเรา
สูตรนี้จะทำให้ได้ธาตุอาหารหลักและธาตุอาหารรองเช่น แคลเซี่ยม, แมกนิเซียม และซัลเฟอร์ เข้ามาด้วยเนื่องจากใช้วัสดุ โดโลไมต์ และยิปซั่ม ในการผสม
ขั้นตอนการผลิตและสูตรส่วนผสมเหล่านี้ ได้มาจากเพื่อนผู้ซึ่งยังไม่ประสงค์ออกนาม ซึ่งขณะนี้เพื่อนท่านนี้ เป็นที่ปรึกษาให้กับกลุ่มเษตรกรชาวสวนยางเพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพชนิดอัดเม็ดเพื่อจำหน่ายกับสมาชิก(ราคาถูก) และจำหน่ายบุคคลทั่วไป(ราคาปกติ) ตอนนี้ทราบว่าขายดีมากๆ แถมผลิตไม่ทันกับความต้องการที่มาแรงมาก ครับ
สูตรที่ 1(อัดเม็ด)
วิธีหรือขั้นตอนการผลิต
- ทำการเตรียมน้ำหมักชีวภาพไว้ก่อน โดยหมักไว้ประมาณ 3 เดือน
- นำมูลไก่แห้งมาบดด้วยเครื่องบด
- นำแกลบดำมาบดด้วยเครื่องบด เช่นกัน
- ชั่งวัสดุทั้งหมด คือ มูลไก่, แกลบดำ, ภูไมต์, รำละเอียด, ฟอสเฟต, โดโลไมท์, ฮิวมัส และยิปซั่ม ให้ได้น้ำหนักตามที่ต้องการ
- นำวัสดุทั้งหมดใส่ลงในเครื่องผสม เดินเครื่องผสมเพื่อทำการผสมให้เข้ากัน แล้วนำออกจากเครื่องผสม
- นำปุ๋ยอินทรีย์ที่ผสมแล้วมาทำการปั้นเม็ดโดยใช้เครื่องจานปั้นเม็ด พร้อมทั้งเพิ่มจุลินทรีย์ชีวภาพลงไปในขณะที่กำลังปั้น โดยจะต้องฉีดน้ำหมักจุลินทรีย์ชีวภาพเข้าผสม เพื่อให้เนื้อปุ๋ยเข้ากันและอัดกันเป็นเม็ดปุ๋ย
- เมื่อปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพอัดกันเป็นเม็ดแล้ว ให้ตักออกจานเครื่องจานปั้นเม็ด แล้วนำปุ๋ยไปตากให้แห้งในที่ร่มหรือโรงตากโดยใช้พัดลมในการเป่า (ตากประมาณ 5 วัน)
- นำปุ๋ยใส่กระสอบ โดยชั่งให้ได้น้ำหนัก 50 กิโลกรัม(หรือ 25 กิโลกรัม ตามต้องการ) เย็บปากกระสอบ
- เราก็จะได้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพชนิดเม็ดพร้อมสำหรับการใช้งาน หรือจำหน่าย ต่อไป
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
หมายเหตุ: การปั้นเม็ดทำให้ต้นทุนสูงขึ้น เนื่องจากต้องมีเครื่องจานปั้นเม็ด, ต้องจ้างแรงงานปั้น และต้องมีพื้นที่ในการตากพอสมควร แต่ได้ปุ๋ยเม็ดที่มีความสะดวกในการใส่หรือดูดีเมื่อจำหน่าย
สูตรที่ 2
การผลิตปุ๋ยอินทรีย์หรืออินทรีย์ชีวภาพสูตรที่ 2 ถือว่าเป็นสูตรที่ง่ายกว่าสูตรที่ 1 แต่คุณสมบัติก็คงลดหลั่นลงมาบ้างตามปริมาณวัสดุที่ใช้ในการผลิต ผมขอบอกเล่าขั้นตอนการผลิตจริง ๆ ของกลุ่มชาวสวนยางพาราในจังหวัดสงขลากลุ่มหนึ่ง ซึ่งขณะนี้มีสมาชิกอยู่ 20 คน (จริง ๆ แล้วมีผู้ต้องการสมัครเข้าเป็นสมาชิกเพิ่มอีกเพราะเห็นผลที่มีต่อต้นยางพาราแล้วจริง แต่ทางกลุ่มไม่ประสงค์จะรับสมาชิกเป็นจำนวนมาก)
วิธีหรือขั้นตอนการผลิต
- ประธานกลุ่มและสมาชิกกลุ่มจะนัดผสมปุ๋ยกันสัปดาห์ละครั้ง คือทุก ๆ วันศุกร์ ในเวลา 14.30 น.หลังจากประกอบพิธีทางศาสนาเสร็จแล้ว(กลุ่มนี้เป็นพี่น้องเกษตรกรชาวไทยอิสลาม)
- ทำการเตรียมน้ำหมักชีวภาพไว้ก่อน ในที่นี้ประธานกลุ่มบอกว่าชอบที่จะใช้พวกเศษอาหารของเหลือ ๆ จากงานเลี้ยงในหมู่บ้านมาหมักไว้ 3 ถัง หมักประมาณ 3 เดือน
- เริ่มการผลิตโดยนำส่วนผสมคือ มูลวัว 3 กระสอบ, แกลบเผา 1 กระสอบ, แกลบดิบ 1 กระสอบ, ขี้กบ 1 กระสอบ, เถ้าปาล์ม 2 กระสอบ มากองรวมด้วยกัน โดยเทส่วนผสมที่มีจำนวนมากที่สุดลงก่อน
- สมาชิกจำนวน 4 คนยืนหันหน้าเข้าหากันรอบกองปุ๋ย ทำการผสมรอบแรกพร้อมโกยส่วนผสมไปด้านนึ่งของพื้นที่ สมาชิกอีก 4 คนผสมต่อพร้อมโกยปุ๋ยไปหาสมาชิกอีก 4 คนในตำแหน่งถัดไป สมาชิกชุดที่ 4 จะเป็นชุดที่ราดน้ำหมักจุลินทรีย์ชีวภาพ โดยมีส่วนผสมดังนี้ น้ำ 2 ลิตร, กากน้ำตาล 2 ลิตร, พ.ด.1 จำนวน 1 ซอง และน้ำหมักจุลินทรีย์ชีวภาพที่ผสม พ.ด.2 จำนวน 1 ลิตร พร้อมกวนหรือผสมจนมีความชื้นพอเหมาะ
- ตั้งกองทิ้งไว้ในที่ร่มมีหลังคา ประมาณ 15 วัน ซึ่งระดับความร้อนในปุ๋ยจะค่อย ๆ เย็นลงและสุดท้ายจะเห็นต้นกล้าเล็ก ๆ งอกขึ้นมาจากกองปุ๋ย
- ตักปุ่๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพใส่กระสอบ ชั่งหรือไม่ชั่งนำหนัก ก็ได้ตามต้องการ เพื่อนำไปใช้ต่อไป (บางคนอาจนำไปผสมวัสดุอื่น ๆ เช่น ปุ๋ย DAP เพิ่มเติมตามความต้องการเพื่อทำให้เป็นปุ๋ยที่เหมาะกับชนิดพืชที่ปลูก)
![]() |
![]() |
![]() |
ต้นทุนสำหรับการผลิตปุ๋ยอินทรีย์(ชีวภาพ)ของกลุ่มฯ นี้ เพียง 1 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งนับว่าต่ำมาก ประธานกลุ่มบอกว่า เวลาใส่ก็สามารถใส่ได้มากถึง 7 กิโลกรัม/ต้น ทำให้ใบยางดกและสีเขียวเข้ม ซึ่งนั่นคือความสมบูรณ์ของต้นยางพาราที่ย่อมส่งผลต่อผลผลิตน้ำยางตามมา นั่นเอง
หมายเหตุ: .ในปัจจุบัน (มิ.ย.2553) ทางกลุ่มได้เปลี่ยนแปลงส่วนผสมเล็กน้อย เป็น มูลวัว 3 กระสอบ, ผงถ่าน 0.5 กระสอบ, แกลบดิบ 1 กระสอบ, ขี้กบผสมขีี้เลื่อย 1 กระสอบ, กากปาล์ม 2 ก.ก.และขี้ค้างคาว 0.25 กระสอบ
คุณสมบัติปุ๋ยอินทรีย์
คุณสมบัติปุ๋ยอินทรีย์ที่ดี(กรมวิชาการเกษตร-พ.ศ.2548)
- ปริมาณธาตุอาหารหลักของพืชไนโตรเจน(N) ฟอสฟอรัส(P2O5) และโพแทสเซียม(K2O) ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 1.0-0.5-0.5 โดยน้ำหนัก ตามลำดับ
- ความชื้น ต้องไม่เกินร้อยละ 20 โดยน้ำหนัก
- อัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจน (C/N) ต้องไม่เกิน 20 : 1
- ปริมาณอินทรียวัตถุไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 โดยน้ำหนัก (อาจจะกำหนดใหม่เป็นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 ในเร็ว ๆ นี้)
- ต้องมีขนาดผ่านตะแกรงร่อนช่องสี่เหลี่ยมขนาด 12.513 × 12.5 มิลลิเมตร ได้หมด
- ต้องไม่เจือปนด้วยวัตถุปุ๋ยเคมีใด ๆ
- ระดับค่าการนำไฟฟ้า (Electrical Conductivity) ต้องไม่เกิน 6 เดซิเมน/เมตร (dS/m)
- ระดับความเป็นกรด-ด่าง (pH) ต้องอยู่ใน ช่วง 5.5-8.5
- เศษวัสดุอื่น ๆ ที่ไม่ต้องการ เช่น หิน กรวด ทราย เศษพลาสติก ฯลฯ ต้องไม่เกินร้อยละ 10 โดยน้ำหนัก
- ต้องไม่มีวัสดุอันตรายต่อผู้ใช้ เจือปน เช่น เศษแก้ว วัสดุแหลมคม และโลหะอื่นๆ
- ต้องปลอดภัยจากธาตุโลหะหนักและสารพิษที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์, สัตว์และสิ่งแวดล้อม
- ต้องปลอดภัยจากจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ
ขอเชิญทุกท่านร่วมพูดคุย สอบถาม และบอกเล่าประสบการณ์ในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ได้ที่นี่ ครับ
- 26/09/2008 17:00 - การทำน้ำหมักชีวภาพเพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ
- 19/09/2008 17:00 - อัตราการใส่ปุ๋ยยางพาราตามคำแนะนำสถาบันวิจัยยาง
- 18/09/2008 17:00 - อัตราการใส่ปุ๋ยยางพาราตามคำแนะนำสกย.
- 16/09/2008 17:00 - หลักการใช้ปุ๋ยยางพาราตามค่าวิเคราะห์ดินโดยสังเขป
- 31/05/2008 17:00 - ปุ๋ยปลอม? และวิธีเก็บตัวอย่างปุ๋ยเพื่อส่งตรวจสอบ
- 05/04/2008 17:00 - ข้อควรพิจารณาในการเลือกซื้อปุ๋ยยางพารา






การผลิตปุ๋ยอินทรีย์หรืออินทรีย์ชีวภาพเองหรือตั้งเป็นกลุ่มชาวสวนยางเพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์ จะทำได้ได้ปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพและราคาถูก(อาจจะเหลือเพียงกิโลกรัมละ 1-4 บาท เท่านั้น ปุ๋ยอินทรีย์หรืออินทรีย์ชีวภาพอาจมีหลายสูตรขึ้นอยู่กับวัสดุที่จะหาได้ในท้องถิ่นและวัตถุประสงค์หรือความต้องการของผู้ผลิต แต่หากต้องการจำหน่ายด้วย นอกจากจะมีอินทรีย์วัตถุตามกำหนดแล้ว ก็ควรจะได้สูตร N-P-K ตามที่กรมวิชาการกำหนดไว้เป็นมาตรฐาน คือ 1-0.5-0.5 ด้วย ในที่นี้จึงใคร่แนะนำวัสดุและวิธีผลิตปุ๋ยอินทรีย์หรืออินทรีย์ชีวภาพสำหรับสวนยางพารา สัก 2 สูตร โดยสูตรแรกจะเป็นสูตรที่มีธาตุอาหารค่อนข้างครบครัน(อาจทำเป็นแบบไม่อัดเม็ด หรืออัดเม็ดก็ได้)กว่าสูตรที่ 2


















