ไปปลูกยางพม่ากันดีกว่า

บอกเล่า,สอบถาม,แลกเปลี่ยนความรู้ความคิด ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับยางพารา

ไปปลูกยางพม่ากันดีกว่า

Postby pongdit » Sat Jul 30, 2011 12:30 pm

ขึ้นหัวข้อใหม่ใครมีข้อมูลปลูกยางในพม่าเชิญช่วยกันครับ...คุณnirvana รบกวนค้นเรื่องการลงทุนปลูกยางในพม่าหน่อยว่าต้องติดต่อใครอย่างไร สนใจตรงที่มันตรงกะชุมพรอะ จากแยกปฐมพรไปตะวันตกไม่เกินชั่วโมงถนนเพชรเกษมช่วงนั้นขนานกะชายแดนพม่าเลย น่าสนใจอิอิ ว่าจะนั่งแพช้ามไปทำหน่อย55 ได้ข่าวอินเดียกะจีนไปลงทุนปลูกยางในพม่าเยอะเหมือนกัน ไม่รู้ไปกันอีท่าไหน มีกฎหมายลงทุนเหมือนลาวเปล่า
pongdit
 
Posts: 1383
Joined: Thu May 06, 2010 7:31 pm

Re: ไปปลูกยางพม่ากันดีกว่า

Postby Nirvana » Sat Jul 30, 2011 12:36 pm

หนังสือพิมพ์นิวไลท์ของพม่ารายงานในวันนี้ว่า พม่าตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกยางในปีงบประมาณ 2551-52 โดยเริ่มตั้งแต่เดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกยางอีก 81,000 เฮคเตอร์ หรือ 22%

ส่วนในช่วงปี 2550-51 พม่าขยายพื้นที่เพาะปลูกยาง 364,500 เฮคเตอร์ และสามารถผลิตยางได้ 80,000 ตัน โดยรัฐมอญ ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของพม่า เป็นเมืองหลักที่ใช้เพาะปลูกยางในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีสภาพภูมิภาคอากาสที่เหมาะ มีดินดี และมีฝนตกชุก ซึ่งทำให้รัฐมอญได้รับการยอมรับให้เป็นพื้นที่เพาะปลูกยางที่ใหญ่ที่สุดในพม่า

นอกจากนี้ พม่ายังวางแผนที่จะขยายพื้นที่เพาะปลูกยางในเมย์ยูอีกกว่า 40,00 เฮคเตอร์

ในช่วง 10 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2550-51 พม่าส่งออกยางดิบไปขายยังต่างประเทศในปริมาณ 16,300 ตัน นอกจากนี้ พม่ายังปลูกปอกระเจา ฝ้าย และพืชพันธุ์ธัญญาหาร เป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศ สำนักข่าวซินหัวรายงาน
Nirvana
 
Posts: 1164
Joined: Sat Jun 04, 2011 7:11 pm

Re: ไปปลูกยางพม่ากันดีกว่า

Postby Nirvana » Sat Jul 30, 2011 12:43 pm

ในเขตพม่า หลังราคาสินค้าเกษตรขยับพุ่งอย่างต่อเนื่อง พบกลุ่มทุนมาเลเซียนำร่องใช้พื้นที่ปลูกไปแล้วนับแสนไร่

นายนิตย์ อุ่ยเต็กเค่ง ประธานหอการค้าจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า ตนเองพร้อมด้วยภาคเอกชนทางด้านจังหวัดระนอง ได้เดินทางเข้าไปยังประเทศพม่าเพื่อดูสภาพพื้นที่ ภายหลังจากรัฐบาลพม่าประกาศให้สัมปทานระยะยาวในการปลูกพืชด้านการเกษตรโดยเฉพาะปาล์มน้ำมันและยางพาราในย่านเขตตะนาวศรี ฝั่งทางด้าน จ.ระนอง ซึ่งโดยสภาพพื้นที่มีความน่าสนใจมาก เพราะมีสภาพภูมิศาสตร์ ทำเลที่เหมาะแก่การปลูกปาล์ม หรือยางพารา ซึ่งมีเอกชนไทยให้ความสนใจที่จะเข้าไปเช่าใช้พื้นที่ดังกล่าว

ทั้งนี้จากการที่ราคาสินค้าทางการเกษตรขยับพุ่งสูงขึ้น อีกทั้งผู้ที่เข้าไปก่อนหน้านี้ไม่มีปัญหาแต่ประการใดในแง่ของอุปสรรคการเช่าใช้พื้นที่ ทำให้ขณะนี้ภาคเอกชนของไทยต่างให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการหาพื้นที่ปลูกพืชเกษตรอย่างปาล์มน้ำมันที่มีราคาสูงอยู่ในขณะนี้

"ที่ผ่านมาเอกชนไทยยังไม่กล้าเข้าไปเนื่องจากหวั่นเกรงเรื่องนโยบายของรัฐบาลทหารพม่าที่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง การเข้าไปลงทุนมากๆ โดยไม่มีหลักประกันถือเป็นการเสี่ยงเกินไป แต่จากการที่กลุ่มทุนต่างชาติรายอื่น ประสบความสำเร็จจากการเข้าไปใช้พื้นที่ ทำให้ขณะนี้ภาคเอกชนต่างให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการหาพื้นที่ปลูกพืชเกษตรอย่างปาล์มน้ำมันที่มีราคาสูงอยู่ในขณะนี้ "

นายนิตย์ กล่าวว่า มีความเคลื่อนไหวจากประเทศคู่แข่งอุตสาหกรรมปาล์มของไทยคือมาเลเซีย ได้เข้ามาเช่าสัมปทานพื้นที่ปลูกปาล์มในพม่าเขตตะนาวศรี ที่มีพรมแดนติดกับระนองถึงจังหวัดเกาะสองฝั่งพม่า รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 2 แสนไร่ ทั้งนี้เป็นเพราะนโยบายและการสนับสนุนของรัฐบาลมาเลเซียที่ต้องการขยายพื้นที่การปลูกปาล์มออกนอกประเทศ เนื่องจากพื้นที่ในประเทศที่มีอยู่ไม่สามารถรองรับได้อีกต่อไป ประกอบกับพม่ากำลังเปิดกว้างให้นักลงทุนจากต่างชาติเข้าไปเช่าพื้นที่ในประเทศ เพื่อปลูกพืชเกษตรโดยเฉพาะปาล์มน้ำมันและยางพารา

"ภาคเอกชนของมาเลเซีย ส่วนใหญ่จะให้ความสนใจเฉพาะปาล์มน้ำมัน และเป็นเอกชนรายใหญ่ที่น่าจับตาเพราะสามารถเข้าไปขยายพื้นที่ปลูกปาล์มได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งจากแผนการลงทุนของภาคเอกชนมาเลเซียพบว่านอกจากจะใช้พม่าเป็นฐานวัตถุดิบในการป้อนอุตสาหกรรมในประเทศแล้ว ยังเป็นฐานสำคัญในการผลิตเพื่อขยายฐานตลาดเข้าไปพม่าต่อไปในอนาคต ซึ่งการเข้ามาของภาคเอกชนมาเลเซียจะเข้ามาเต็มรูปแบบจะมีทั้งโรงสกัด และโรงกลั่นครบวงจร ส่วนเอกชนและนักลงทุนจากประเทศไทยขณะนี้สนใจเพียงการใช้พื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันและยางพาราเท่านั้น ยังไม่มีแผนที่จะลงทุนครบวงจร" นายนิตย์ กล่าว
Nirvana
 
Posts: 1164
Joined: Sat Jun 04, 2011 7:11 pm

Re: ไปปลูกยางพม่ากันดีกว่า

Postby Nirvana » Sat Jul 30, 2011 12:59 pm

พม่าจะเปิดให้นักลงทุนต่างประเทศเข้าลงทุนแบบเกษตรพันธะสัญญา ทางการพม่าได้ส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจที่เป็นที่ต้องการของตลาดโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งยางพาราซึ่งมีตลาดใหญ่คือ สาธารณรัฐประชาชนจีน ตลอดจนพืชน้ำมันต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปาล์มน้ำมัน เพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิงไบโอดีเซล นิตยสารว้อยซ์ (Voice) ซึ่งเป็นนิตยสารข่าวรายสัปดาห์ข่าวรายสัปดาห์ได้รายงานในเดือน ต.ค. ปีที่แล้วว่า กระทรวงเกษตรฯ พม่าได้จัดสรรเนื้อที่ในเขตยะไข่ (Rakhine) กับเขตตะนาวศรี เอาไว้เพื่อทำสวนยางโดยเฉพาะรวมเป็นพื้นที่กว่า 2 ล้านไร่ ทั้งสองเขตนี้มีภูมิอากาศเอื้ออำนวยต่อการปลูกยางพาราเป็นอย่างมาก นิตยสารฉบับนี้ยังกล่าวอีกว่าเขตยะไข่แห่งเดียวมีพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้เพื่อทำสวนยางพารากว่า 1 ล้านเอเคอร์ (2.5 ล้านไร่) ส่วนในเขตตะนาวศรีที่มีชายแดนติดกับไทยก็มีพื้นที่ทำสวนยางกว่า 1 แสนเอเคอร์ (กว่า 2 แสน 5 หมื่นไร่) รัฐบาลไทยประกาศระหว่างการประชุมสุดยอดกลุ่มยุทธศาสตร์เศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (ACMECS) ที่จัดขึ้นในกรุงเทพฯ ในเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว จะไม่เก็บภาษีสินค้าการเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่ผลิตภายใต้ระบบเกษตรพันธะสัญญา ซึ่งทำให้ทางการพม่าเชื่อว่า จะเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้นักลงทุนจากไทย เข้าไปใช้พื้นที่ในพม่าปลูกพืชเศรษฐกิจต่างๆ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบ.
Nirvana
 
Posts: 1164
Joined: Sat Jun 04, 2011 7:11 pm

Re: ไปปลูกยางพม่ากันดีกว่า

Postby Nirvana » Sat Jul 30, 2011 1:08 pm

พม่ามีขนาดประชากร 50 ล้านคน แต่มีพื้นที่ใหญ่กว่าไทยถึง 1 ใน 4
มีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ และแรงงานราคาถูก
ขึ้นอยู่กับว่านักธุรกิจไทยจะมองเห็นโอกาสแปรวัตถุดิบ
และทรัพยากรเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์อย่างไร
ซึ่งหากเป็นการเข้าไปทำเป็นฐานผลิตเพื่อส่งออก
รัฐบาลพม่ามีนโยบายให้การสนับสนุนเต็มที่"
สอดคล้องกับวิชาติ ที่มองว่า
ธุรกิจด้านเกษตรของไทยมีโอกาสสูงที่จะเข้าไปลงทุนในพม่า
แต่หากจะประสบความสำเร็จต้องมีรัฐบาลนำหน้าช่วยผลักดัน โดยขณะนี้ ทั้งจีน
และมาเลเซีย
ต่างนำหน้าชิงเข้าไปทำคอนแทร็คท์ฟาร์มมิ่งในพม่าหลายโครงการพื้นที่นับล้านไร่
โดยจีนเข้าไปปลูกยางพาราง ส่วนมาเลเซียเข้าไปปลูกปาล์มน้ำมัน
เวลานี้ จีน และเกาหลีใต้ เป็นชาติที่เข้าไปบุกมากในพม่า
โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจของจีนจากมณฑลยูนนาน ที่ยกขบวนเข้าไปขายสินค้า
เข้าไปประมูลงาน และลงทุนในทุกรูปแบบ ทั้งด้านธุรกิจพลังงาน อาหาร
และเกษตร
" จีนมองพม่า
ในแง่โลจิสติกส์ที่สามารถเป็นทางออกจีนตอนใต้สู่ทะเลเพื่อเจาะไปตลาดอินเดีย
และพม่ายังทำการเกษตรเป็นหลัก มีความอุดมสมบูรณ์
สามารถเป็นฐานผลิตอาหารได้เป็นอย่างดี" มาตยวงศ์ กล่าว

"ผมได้มีโอกาสเดินทางเข้าไปยังประเทศพม่าเพื่อดูสภาพพื้นที่ พบว่าพื้นที่มีความน่าสนใจมากเพราะมีสภาพภูมิศาสตร์ ทำเลที่ตั้งเหมาะแก่การปลูกปาล์มหรือยางพาราเป็นอย่างมาก เนื่องจากสภาพอากาศใกล้เคียงกับภาคใต้ของไทย เท่าที่ไปดูพื้นที่เอกชนไทยให้ความสนใจกันมาก แต่ที่ผ่านมายังไม่มีใครกล้าเข้าไป เพราะไม่มั่นใจนโยบายของรัฐบาลทหารพม่าที่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง หากเข้าไปลงทุนมากๆ โดยไม่มีหลักประกันถือเป็นการเสี่ยงเกินไปที่จะเข้าไป แต่จากการที่ราคาสินค้าเกษตรขยับพุ่งสูงขึ้น อีกทั้งผู้ที่เข้าไปก่อนหน้านี้ไม่มีปัญหาแต่ประการใด ทำให้ขณะนี้ภาคเอกชน นักลงทุนไทย ต่างให้ความสนใจเป็นอย่างมาก"

นายนิตย์กล่าวต่อว่าภาคเอกชนของประเทศมาเลเซีย ส่วนใหญ่จะให้ความสนใจปลูกปาล์มน้ำมันและเป็นเอกชนรายใหญ่สามารถเข้าไปขยาย พื้นที่ได้ เพราะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลทั้งการเข้าไปเจรจา และการค้ำประกันเมื่อเกิดปัญหารัฐบาลจะมีหลักค้ำประกันทั้งเรื่องความเสียหายและการเจรจา ทำให้ภาคเอกชนมั่นใจและกล้าที่จะเข้าไปลงทุน ซึ่งแผนการลงทุนของภาคเอกชนมาเลเซียนอกจากจะใช้เป็นฐานวัตถุดิบในการป้อนอุตสาหกรรมในประเทศแล้ว ยังเป็นฐานสำคัญในการผลิตเพื่อขยายฐานตลาดในพม่าต่อไปในอนาคต

โดยการเข้าไปลงทุนของนักธุรกิจมาเลเซียจะเข้าไปเต็มรูปแบบมีทั้งโรงงานสกัด โรงงานกลั่น ส่วนเอกชนและนักลงทุนจากประเทศไทยขณะนี้สนใจทั้งปาล์มน้ำมันและยางพารา โดยเฉพาะยางพาราขณะนี้ทางกลุ่มทุนพยายามที่จะหาพื้นที่ในการปลูกเพิ่ม ซึ่งพื้นที่การปลูกภายในประเทศปัจจุบันแทบจะไม่มีที่จะขยายได้อีกต่อไปแล้ว หากจำเป็นต้องขยายก็ต้องโค่นพืชอื่น ดังนั้นการขยายพื้นที่ออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านจึงเป็นแนวทางที่หลายคนให้ ความสนใจ โดยเฉพาะประเทศพม่าที่มีสภาพภูมิอากาศที่คล้ายคลึงกับไทย มีจำนวนพื้นที่อีกมากที่สามารถขยายพื้นที่การปลูกพืชประเภทยางพาราและปาล์ม น้ำมันได้ ที่สำคัญยังมีค่าแรงที่ถูกกว่า แต่ปัญหาที่หลายคนกังวลคือนโยบายของรัฐบาลพม่าที่มักจะไม่ชัดเจนและไม่แน่นอน
อ่านแล้ว 150
Last edited by Nirvana on Sat Jul 30, 2011 1:58 pm, edited 1 time in total.
Nirvana
 
Posts: 1164
Joined: Sat Jun 04, 2011 7:11 pm

Re: ไปปลูกยางพม่ากันดีกว่า

Postby คนดง » Sat Jul 30, 2011 1:36 pm

อ่านข้อมูลพวกนี้แล้วผมเริ่มไม่ค่อยอยากปลูกยางพาราเพิ่มแล้วล่ะครับในไทยก็ปลูกกันเยอะแยะ พม่า ลาว เขมร จีน มาเลย์ เวียดนาม ฯลฯ ดูเหมือนผลผลิตมันจะล้นยังไงไม่รู้ ยิ่งรายเล็กอย่างผมเงินทุนก็สู้ไม่ได้ไอ้เรื่องจะไปลงทุนในแหล่งที่ต้นทุนถูกอย่างที่พวกท่านคุยกันคงได้แต่ฝัน เทคโนโลยีพันธุ๋ยางก็ล้าสมัย พื้นที่ก็ไม่ค่อยจะเหมาะนักปลูกไปก็ไม่รู้น้ำยางจะเป็นยังไงสงสัยต้องปลูกเท่าที่ปลูกไปแล้วแต่เน้นบำรุงให้ได้ผลผลิตเพิ่มดีกว่า ที่ดินที่เหลือทำตามนโยบายเศรษกิจพอเพียงน่าจะดีกว่าในระยะยาว
คนดง
 
Posts: 59
Joined: Mon Jul 18, 2011 2:57 pm

Re: ไปปลูกยางพม่ากันดีกว่า

Postby Nirvana » Sat Jul 30, 2011 1:40 pm

มีข้อมูลน้อยมากเหมือนเขมรเลยครับ การลงทุนในพม่าต่องรายใหญ่ทำสัญญาแบบรัฐบาลไทยออกหน้าให้จะดีกว่า
Nirvana
 
Posts: 1164
Joined: Sat Jun 04, 2011 7:11 pm

Re: ไปปลูกยางพม่ากันดีกว่า

Postby Nirvana » Sat Jul 30, 2011 2:06 pm

การลงทุนในพม่า



กฎหมายการลงทุนจากต่างประเทศ (Foreign Investment Law) ของพม่า ซึ่งอยู่ในการควบคุมและดูแลของคณะกรรมาธิการการลงทุนของพม่า (Myanmar Investment Commission - MIC) แบ่งรูปแบบการลงทุนจากต่างประเทศ เป็น 2 แบบ ได้แก่



v แบบการเป็นเจ้าของ 100% (100% foreign owned)

v แบบการร่วมลงทุน (joint venture) กับนักลงทุนท้องถิ่น โดยนักลงทุนต่างชาติจะต้องร่วมทุนอย่างน้อยในอัตราร้อยละ 35 ของ equity capital ทั้งหมด

ทั้งนั้ นักลงทุนต่างชาติจะต้องลงทุนอย่างน้อย 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับธุรกิจอุตสาหกรรม (manufacturing) และ 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับธุรกิจบริการ (services)



โดย MIC ให้สิทธิพิเศษแก่นักลงทุนต่างประเทศ ที่ผ่านการพิจารณาอนุมัติโครงการฯ ดังนี้

§ ได้รับการยกเว้นภาษี (tax holiday) เป็นเวลา 3 ปี และสามารถขอขยายเวลาต่อได้

§ ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับผลกำไรที่นำกลับมาลงทุน เป็นระยะเวลา 1 ปี

§ ให้คำนวนอัตราค่าเสื่อมสภาพ (accelerated depreciation rates) ได้ตามที่ได้รับการอนุมัติจาก MIC

§ ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ในอัตราร้อยละ 50 จากรายได้ที่ได้จากการส่งออก

§ สามารถชำระภาษีเงินได้ในนาม (on behalf) ของผู้เชี่ยวชาญและช่างเทคนิค ชาวต่างชาติที่บริษัทจ้าง โดยสามารถนำรายจ่ายในส่วนนั้นมาหักออกจากรายได้พึงประเมินภาษีเงินได้

§ ชำระภาษีเงินได้สำหรับลูกจ้างชาวต่างชาติได้ในอัตราเดียวกับประชาชนพม่า

§ สามารถนำค่าใช้จ่ายในส่วนของการวิจัยและพัฒนามาหักออกจากรายได้พึงประเมินภาษีเงินได้ได้

§ สามารถยกยอดผลประกอบการที่ขาดทุนไปรวมกับผลประกอบการของปีต่อ ๆ ไปได้เป็นระยะเวลา 3 ปีติดต่อกัน หากผลประกอบการรวมยังขาดทุนอยู่

§ ได้รับการยกเว้นภาษีศุลกากรและ/ หรือภาษีในประเทศอื่น ๆ สำหรับการนำเข้าวัตถุดิบเพื่อการผลิต ในระยะ 3 ปีแรกหลังจากเริ่มดำเนินการ

§ รัฐบาลพม่า รับรองว่า ธุรกิจต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจในพม่าภายใต้กฎหมายการลงทุนจากต่างประเทศจะไม่ถูกยึดกิจการมาเป็นของพม่า (shall not be nationalised) ทั้งนี้ พม่าอนุญาตให้จัดส่งเงินทุน (capital) และผลกำไรสุทธิ (net profit) กลับไปยังประเทศแม่ได้



กรรมสิทธิที่ดิน

นักลงทุนต่างชาติสามารถเช่าพื้นที่ดำเนินการระยะยาว (long term lease) ได้จากรัฐบาลพม่า โดยค่าเช่าพื้นที่ในพื้นที่อุตสาหกรรม (industrial zone) ของรัฐบาล อยู่ในอัตรา 3 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อตารางเมตรต่อปี
Nirvana
 
Posts: 1164
Joined: Sat Jun 04, 2011 7:11 pm

Re: ไปปลูกยางพม่ากันดีกว่า

Postby pongdit » Sat Jul 30, 2011 2:24 pm

คนดง wrote:อ่านข้อมูลพวกนี้แล้วผมเริ่มไม่ค่อยอยากปลูกยางพาราเพิ่มแล้วล่ะครับในไทยก็ปลูกกันเยอะแยะ พม่า ลาว เขมร จีน มาเลย์ เวียดนาม ฯลฯ ดูเหมือนผลผลิตมันจะล้นยังไงไม่รู้ ยิ่งรายเล็กอย่างผมเงินทุนก็สู้ไม่ได้ไอ้เรื่องจะไปลงทุนในแหล่งที่ต้นทุนถูกอย่างที่พวกท่านคุยกันคงได้แต่ฝัน เทคโนโลยีพันธุ๋ยางก็ล้าสมัย พื้นที่ก็ไม่ค่อยจะเหมาะนักปลูกไปก็ไม่รู้น้ำยางจะเป็นยังไงสงสัยต้องปลูกเท่าที่ปลูกไปแล้วแต่เน้นบำรุงให้ได้ผลผลิตเพิ่มดีกว่า ที่ดินที่เหลือทำตามนโยบายเศรษกิจพอเพียงน่าจะดีกว่าในระยะยาว


อย่าเพิ่งตกใจจนขายสวนยางล่ะ ที่โม้กันในนี้ไม่มีใครมีโอกาสได้ไปหรอกครับแค่คุยกันสนุกๆเท่านั้นเอง จะได้รู้เค้ารู้เรา ประเทศพม่าโตกว่าเราหน่อยเดียวคือโตกว่าเรา25เปอร์เซนต์หรือ1ใน4อย่าไปเข้าใจว่าพม่า4เราหนึ่งนั่นจะกลายเป็นโตกว่าเรา3เท่านั่นเป็นไปไม่ได้ครับ สรุปโตกว่าเรา1ใน4หรือ25เปอร์เซนต์เอง และเป็นภูเขาสูงเสียเยอะพื้นที่ปลูกยางไม่มากครับ และคมนาคมก็ไม่สะดวกการเมืองก็ไม่มั่นคงสวนยางก็คงค่อยเป็นค่อยไป บ้านเราเองที่ดินก็เริ่มแพงแล้วไร่หนึ่ง4-5หมื่นค่าแรงต้นทุนต่างๆก็ทยอยปรับขึ้น นายทุนจะน้อยลง รายย่อยก็ต้องดูนโยบายแจกยางของรัฐบาล เศรษฐกิจพอเพียงดีที่สุดอย่าไปดิดลูกคิดรางแก้วจนไปกู้ยืมเงินเค้ามาจะยุ่ง แต่อย่ากลัวจนไม่กล้าทำอะไร เราก็ลงเท่าที่เรามียางเค้ารอได้ครับคนอื่น7ปีตัดเรา8ปีก็ได้นี่ครับแค่อย่าให้ไฟเลียยางเค้าโตเองฃได้ เหมือนเมื่อ7-8ปีก่อนตอนแจกกล้ายางบางคนไม่เอาเพาะได้ข่าวจีนปลูกเยอะ แล้วตอนนี้เป็นไง ยางที่จีนตัดได้หมดแล้วได้แค่ปีล่ะ5แสนตัน ของไทย3ล้าน จีนไม่มีที่ปลูกแล้ว ปีที่แล้วที่ปลูกถูกพายุหนาวหิมะเสียหายไปเยอะเลย แต่การใช้ยางเพิ่มทุกปีปีล่ะ10เปอิร์เซนต์ได้ การเพิ่มสวนยางทั้งโลกน๊ะครับอัดตราเพิ่มจากที่มีอยู่ตอนนี้ไม่ถึง10เปอร์เซนต์ครับ ยังปลูกได้อยู่ครับแต่ค่อยเป็นค่อยไปอย่าไปลงหนักให้ลงเบาๆยืดการลงทุนใช้งบน้อยๆไว้กอน ทางสายกลางครับ
pongdit
 
Posts: 1383
Joined: Thu May 06, 2010 7:31 pm

Re: ไปปลูกยางพม่ากันดีกว่า

Postby Nirvana » Sat Jul 30, 2011 3:49 pm

ถ้าเศรษฐกิจโลกไม่พัง จีนฟองสบู่ไม่แตก ดูที่ราคาน้ำมันเป็นหลักถ้าน้ำมันอยู่ในราคา80กว่างัยยางก็ยังแพงครับ ยางธรรมชาติผมผลิตออกมาไม่แน่นอนบางปีโรคลงบางปีฝนตกชุก เศรษฐกิจโลกสักวันมันก็พังแล้วมันก็ขึ้นมันเวียนเป็นวัฎจักรมีขึ้นมีลงเป็นอย่างนี้มานานแล้วช่วงลงก็อดทนหน่อยรัฐบาลก็ชวยคำประกันราคาก็พอเอาตัวลอดไปได้ครับ คอยให้เศรษฐกิจโลกฟืนอีกครั่งก็เป็นช่วงเวลาทองของชาวสวนยางอีกครับ
Nirvana
 
Posts: 1164
Joined: Sat Jun 04, 2011 7:11 pm

Next

Return to คุยได้ทุกเรื่องเกี่ยวกับยางพารา

Who is online

Users browsing this forum: Bing [Bot] and 2 guests