รวมข่าวยางพารา By Luckycat

บอกเล่า,สอบถาม,แลกเปลี่ยนความรู้ความคิด ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับยางพารา

Re: รวมข่าวยางพารา By Luckycat

Postby luckycat » Mon Jul 08, 2013 2:39 pm

TCELS เปิดตัวเซรั่มยางพาราสูตรใหม่ครั้งแรกแจกฟรี10,000 ขวด
ที่มา : ThaiPR.net (วันที่ 8 กรกฎาคม 2556)

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์

TCELS เปิดตัว เซรั่มยางพารา สูตรปรับปรุงใหม่ ครั้งแรกพร้อมแจกทดลองใช้ฟรี ในงาน ASEAN Life Sciences Conference & Exhibition 2013 ระหว่างวันที่ 17-19 กรกฎาคม ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นักวิจัย 2 มหาวิทยาลัย ชื่อดัง ม.นเรศวร-ม.สงขลานครินทร์ การันตรีใช้ต่อเนื่องเห็นผลใน 2 เดือน

ดร.นเรศ ดำรงชัย ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (TCELS) กล่าวว่า TCELS ให้การสนับสนุนมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ช่วยให้ผิวหน้าขาวจากสารสกัดจากน้ำยางพารา มาอย่างต่อเนื่อง และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมในท้องตลาด ล่าสุด มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวร พัฒนาเซรั่มจากสารสกัดจากน้ำยางพาราสูตรเข้มข้น โดยผลการศึกษาในอาสาสมัครพบว่า สามารถคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวพรรณอย่างเป็นธรรมชาติ

รศ.ดร.เนติ วระนุช ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในฐานะผู้วิจัยหลัก เปิดเผยว่า จากการทดสอบประสิทธิภาพของเซรั่มผสมสารสกัดจากน้ำยางพาราและเบต้ากลูแคน ในจำนวนอาสาสมัคร 30 คน ที่ใช้เซรั่มดังกล่าว พบว่า หลังจากอาสาสมัครใช้เซรั่มเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ผิวหน้ามีความเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญ และเมื่อใช้ครบ 8 สัปดาห์ สภาพผิวหน้าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สามารถตรวจวัดได้โดยเครื่องมือยืนยันทางวิทยาศาสตร์ พร้อมเปิดตัวครั้งแรกในงานประชุม ASEAN Life Sciences Conference & Exhibition 2013 ระหว่างวันที่ 17-19 กรกฎาคม ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และจะแจกให้ประชาชนทั่วไปทดลองใช้ฟรี

ที่มา : ThaiPR.net (วันที่ 8 กรกฎาคม 2556)
luckycat
 
Posts: 260
Joined: Fri Sep 16, 2011 11:26 am

Re: รวมข่าวยางพารา By Luckycat

Postby luckycat » Thu Jul 11, 2013 12:54 pm

"เศรษฐกิจจีน-พ.ร.บ.การยางฯ" 2 ปัจจัยดันเอกชนลงทุนเพื่อนบ้าน
ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ (วันที่ 10 กรกฎาคม 2556)

ในช่วงที่ผ่านมา ราคายางพาราอยู่ในภาวะตกต่ำ เพราะว่าได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัว ซึ่งในปีที่ผ่านมาภาครัฐได้รักษาเสถียรภาพราคายางผ่านโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกร โดยใช้งบประมาณ 2.2 หมื่นล้านบาท แต่ยังไม่สามารถกระตุ้นราคายางให้สูงขึ้นตามที่คาดการณ์ได้

นายชโย ตรังอดิศัยกุล เลขาธิการกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ถึงภาวะอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางในช่วง 6 เดือนหลังของปี 2556 ว่า มีปัจจัยเสี่ยงจาก 2 ปัจจัยสำคัญ คือ

1.เศรษฐกิจจีนชะลอตัวจึงส่งผลกระทบต่อการส่งออกผลิตภัณฑ์ยางไปจีน ซึ่งที่ผ่านมาไทยส่งออกยางผสมเขม่าดำไปจีนมาก แต่มีแนวโน้มลดลงเพราะอุตสาหกรรมยานยนต์ของจีนชะลอตัว โดยในช่วงที่อุตสาหกรรมยานยนต์ของจีนขยายตัว ส่งผลให้การส่งออกยางและราคายางในไทยสูงขึ้น แต่ขณะนี้จีนประกาศตัวเลขการผลิตรถยนต์ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ของจีนเริ่มอิ่มตัว

ทั้งนี้ จีนเป็นผู้บริโภคยางรายใหญ่ของโลก คิดเป็นสัดส่วน 30% ของกำลังการผลิตโลก เมื่อจีนลดการบริโภคยางจึงเป็นเรื่องยากในการหาตลาดอื่นทดแทนได้ทันทีทั้งหมด โดยอาจส่งออกตลาดอินเดียบางส่วน เพราะอินเดียผลิตยางไม่พอใช้ภายในประเทศมาแล้ว 2 ปี แต่ความต้องการของอินเดียยังน้อยกว่าจีนมาก จึงอาจส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยต้องลดกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับคำสั่งซื้อ

2.การยกร่าง พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ซึ่งมีความคืบหน้าไปมากและอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของวุฒิสภา คาดว่าจะประกาศใช้เป็นกฎหมายในเร็วๆ นี้ โดยร่างกฎหมายดังกล่าวจะมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางและอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่ใช้ผลิตภัณฑ์ยาง เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ เพราะร่างกฎหมายนี้กำหนดให้การส่งออกผลิตภัณฑ์ยางต้องจ่ายภาษีส่งออก โดยจะมีรูปแบบคล้ายการเก็บเงิน CESS ซึ่งเก็บจากผู้ส่งออกยางพารา

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณารายละเอียดร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว พบว่าอาจมีส่วนกระทบอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางและยานยนต์ คือ มาตรา 4 ซึ่งกำหนดนิยามของคำว่ายางไม่รวมผลิตภัณฑ์ยาง แต่อาจมีปัญหาที่คณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทยสามารถประกาศผลิตภัณฑ์ยางที่เข้าข่ายต้องเก็บภาษีส่งออกได้ ขณะที่ มาตรา 47 กำหนดว่าผู้ใดส่งออกยางพาราต้องเสียค่าธรรมเนียมให้การยางแห่งประเทศไทย แต่ยังไม่ได้กำหนดวิธีการคำนวณและให้อำนาจการยางแห่งประเทศไทยกำหนดหลักเกณฑ์การเก็บ ถ้าผู้ส่งออกรถยนต์ที่มียางล้อติดไปด้วย เท่ากับว่าผู้ผลิตรถยนต์เป็นผู้ส่งออกยางพาราและอาจต้องเสียค่าธรรมเนียมหรือภาษีส่งออกด้วย

"การเก็บภาษีส่งออกผลิตภัณฑ์ยาง จะส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางไทย เพราะราคาสินค้าส่งออกจะสูงขึ้น ที่ผ่านมาไทยส่งออกยางพาราในปริมาณสูง ขณะที่ส่งออกผลิตภัณฑ์ยางน้อย และรัฐบาลพยายามส่งเสริมการส่งออกผลิตภัณฑ์ยาง"

ทั้งนี้ หากจัดเก็บภาษีส่งออกผลิตภัณฑ์ยาง จะส่งผลให้การผลิตผลิตภัณฑ์ยางในไทยสู้คู่แข่งไม่ได้ และจะมีผลต่อเนื่องถึงการลงทุนแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางในไทย ทั้งการลงทุนจากผู้ประกอบการไทยและต่างชาติ เพราะที่ผ่านมาผู้ประกอบการต่างชาติเข้ามาลงทุนผลิตยางล้อในไทย เมื่อต้นทุนการส่งออกจากไทยสูงขึ้น ผู้ประกอบการเหล่านี้อาจย้ายไปผลิตในประเทศอื่นแทน

ที่ผ่านมา ภาครัฐไม่เคยสอบถามผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ยางว่ามีความเห็นเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวอย่างไร แต่กลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง ส.อ.ท. ให้ความเห็นต่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ กระทรวงอุตสาหกรรม ว่า การเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมส่งออกจะส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขัน และควรพิจารณาด้วยความรอบคอบ แต่ร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านไปถึงวุฒิสภาแล้ว และมีความเป็นไปได้สูงที่จะผ่านการพิจารณา

อย่างไรก็ตาม ในเชิงธุรกิจคงต้องยอมรับสภาพความเสี่ยงของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางที่จะเกิดขึ้น โดยการลงทุนแปรรูปในประเทศจะน้อยลง และจะเป็นแรงผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยออกไปลงทุนประเทศเพื่อนบ้านแทนการลงทุนในไทย เช่น ยางล้อ ถุงมือยาง ส่งผลให้ไทยไม่สามารถเพิ่มสัดส่วนการส่งออกผลิตภัณฑ์ยางได้ ซึ่งมีหลายประเทศที่ผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพออกไปลงทุนได้ เช่น เวียดนาม กัมพูชาและ พม่า ส่วนลาวมีการปลูกยางพารา แต่มีแรงงานน้อยจึงไม่น่าสนใจลงทุน

สำหรับจุดเด่นของการไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน คือ ราคายางพาราต่ำกว่าไทย 10% เพราะว่าไม่มีการอุดหนุนหรือการแทรกแซงราคาเหมือนไทย โดยผลผลิตยางของประเทศเพื่อนบ้านยังน้อยเมื่อเทียบกับไทย แต่การปลูกยางในประเทศเพื่อนบ้านมีแนวโน้มสูงขึ้นในระยะยาว แม้ความต้องการใช้ยางธรรมชาติในตลาดโลกช่วงนี้อาจไม่สูงขึ้นมากนัก เพราะราคาน้ำมันทรงตัว ส่งผลให้ราคายางสังเคราะห์ถูกกว่ายางธรรมชาติ แต่เศรษฐกิจในภูมิภาคที่ยังขยายตัวจะเป็นแรงผลักดันให้การปลูกยางและความต้องการใช้ยางธรรมชาติในภูมิภาคนี้สูงขึ้น

"ปัจจุบัน ผู้ประกอบการไทย ไปลงทุนผลิตผลิตภัณฑ์ยางในประเทศเพื่อนบ้านไม่มาก เช่น ยางล้อจักรยานยนต์ แต่การเก็บภาษีส่งออกผลิตภัณฑ์ยาง การปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท จะเป็นแรงผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยต้องไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน เพราะมีความพร้อมทั้งเรื่องทุนและเทคโนโลยี"

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ (วันที่ 10 กรกฎาคม 2556)
luckycat
 
Posts: 260
Joined: Fri Sep 16, 2011 11:26 am

Re: รวมข่าวยางพารา By Luckycat

Postby luckycat » Thu Jul 11, 2013 1:00 pm

เครือข่ายสวนยาง จ.ตรังเตรียมบุกร้องผู้ว่าฯ ประท้วงราคาตกต่ำ
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ (วันที่ 11 กรกฎาคม 2556)

ตรัง - ชาวสวนยางพาราเมืองตรังสุดทน หลังยางมีราคาตกต่ำอย่างหนัก เตรียมนัดรวมพลบุกศาลากลาง ยื่น 5 ข้อเรียกร้องถึงผู้ว่าฯ และหน่วยงานเกี่ยวข้อง ในวันที่ 15 ก.ค.นี้

เวลา 15.00 น.วันนี้(10 ก.ค.) ที่สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง จำกัด ม.2 ต.ปากคม อ.ห้วยยอด นายวิรัตน์ อนันตรัตน์ ประธานเครือข่ายชาวสวนยางพารา จ.ตรัง พร้อมแกนนำเครือข่าย 6 อำเภอใน จ.ตรัง ประมาณ 200 คน ได้ประชุมหารือเพื่อกำหนดแนวทางให้จังหวัดและรัฐบาลแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำ โดยมี นพ.สุกิจ อัฒโถปกรณ์ ส.ส.ตรัง พรรค ปชป. เข้าร่วมรับฟังปัญหาด้วย โดยใช้เวลากว่า 3 ชม.เศษ

นายวิรัตน์ อนันตรัตน์ ประธานเครือข่ายชาวสวนยางพารา จ.ตรัง กล่าวว่า ที่ผ่านมาชาวสวนยางพารา จ.ตรัง และภาคใต้ กำลังประสบปัญหาความเดือดร้อนเรื่องราคายางตกต่ำ โดยยางพาราแผ่นรมควันเหลือ กก.ละ 75 บาท ยางแผ่นดิบ กก.ละ 73 บาท น้ำยางสด กก.ละ 66 บาท ขณะที่ต้นทุนการผลิตสูง ไม่สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน แม้ที่ผ่านมา ครม.จะอนุมัติวงเงิน 15,000 ล้านบาท เพื่อแทรกแซงราคายาง 100 - 104 บาทต่อ กก.แล้วก็ตาม แต่ก็ช่วยเหลือเกษตรกรได้ไม่มากนัก อีกทั้งโครงการดังกล่าวไม่ต่อเนื่อง

นอกจากนี้ รัฐบาลยังคงค้างเงินเกษตรกร จ.ตรัง ที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกร เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง ตั้งแต่ 28 ก.พ.56 เป็นต้นมา รวม 63 ล้านบาท ทำให้ สกย.บางแห่งไม่มีเงินรับซื้อยางจากเกษตรกร ต้องไปกู้ยืมเงินจาก ธ.ก.ส.แทน แต่เมื่อสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ได้รับคำตอบว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสาร อีกทั้งยังมีปัญหาการได้รับปุ๋ยที่ล่าช้าจาก สกย. ทั้งๆ ที่ปกติชาวสวนจะได้รับปุ๋ยในเดือน พ.ค. แต่ผ่านมากว่า 2 เดือนแล้ว ก็ยังไม่ได้รับแจกจ่ายปุ๋ย เมื่อสอบถามไปทราบว่า อยู่ในระหว่างการวิเคราะห์ตรวจสอบสูตรปุ๋ย จนทำให้ชาวสวนยางต้องเลื่อนการใส่ปุ๋ยไปเดือน ส.ค.นี้

ดังนั้น ชาวสวนยางพารา จ.ตรัง จึงมีข้อเรียกร้อง 5 ข้อ คือ 1.ให้รัฐบาลดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกร เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางต่อไป 2.ให้รัฐบาลยืนราคายางแผ่นดิบรมควัน ชั้น 3 อยู่ที่ กก.ละ 104 บาท และยางแผ่นดิบ กก.ละ 100 บาท 3.ให้สำนักงานเศรษฐกิจเกษตร ประกาศยกเลิกราคาต้นทุนการผลิตยางทั้งประเทศเมื่อปี 2555 ที่ระบุไว้ที่ กก.ละ 64.19 บาท เพราะเป็นการชี้นำการตลาด และให้ปรับเปลี่ยนราคาต้นทุนเพิ่มขึ้นตามสภาพความเป็นจริง 4.ให้รัฐบาลปล่อยเงินกู้เกษตรกร โดยปลอดดอกเบี้ยระยะยาว 3-5 ปี และ 5.ให้ดำเนินการตามข้อเรียกร้องดังกล่าวโดยเร่งด่วน

โดยข้อเรียกร้องดังกล่าว ทางเครือข่ายชาวสวนยางพารา จ.ตรัง ประมาณ 200 คน จะนำไปยื่นต่อ นายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล ผู้ว่าราชการ จ.ตรัง รวมทั้งสำนักงานเกษตรและสหกรณ์ จ.ตรัง สกย.ตรัง และ ธ.ก.ส.ตรัง ในวันจันทร์ ที่ 15 ก.ค.56 เพื่อส่งผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อไป

ด้าน นพ.สุกิจ อัฒโถปกรณ์ ส.ส.ตรัง พรรค ปชป. กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้ยางตกต่ำ เพราะรัฐบาลดำเนินนโยบายผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น และที่ตนรับไม่ได้คือ การที่รัฐบาลนำเงิน 15,000 ล้านบาท มาแทรกแซงราคายาง ซึ่งที่ผ่านมาเคยเตือนรัฐบาลแล้วว่า เงินที่นำมาแทรกแซงนั้น ชาวสวนที่ขายน้ำยางสดร้อยละ 70 ไม่ได้อะไรเลย แต่คนที่ได้ประโยชน์คือ ผู้ที่ขายยางแผ่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหัวคะแนน เจ้าของโรงงานขนาดใหญ่ และพรรคพวกตนเอง จนกระทั่งต่อมา สตง. ได้ทำหนังสือชี้มูลถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่าโครงการดังกล่าวนี้ มีการทุจริต และไม่ได้ช่วยให้ราคายางสูงขึ้น

ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ (วันที่ 11 กรกฎาคม 2556)
luckycat
 
Posts: 260
Joined: Fri Sep 16, 2011 11:26 am

Re: รวมข่าวยางพารา By Luckycat

Postby luckycat » Fri Jul 12, 2013 10:49 am

กลุ่มตุ๊กตายางที่ตรังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้ยางพารา
ที่มาASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 กรกฎาคม 2556 11:14 น.

Image

ตรัง - กลุ่มตุ๊กตายางพารา ต.นาชุมเห็ด อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ยางพาราในยุคที่ราคาตกต่ำ และได้รับความสนใจจากลูกค้าทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

วันนี้ (11 ก.ค.) นางปรึกษา พวงจันทร์ เลขานุการกลุ่มสตรีตุ๊กตายางพารา ต.นาชุมเห็ด อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง กล่าวว่า เมื่อ 10 ปีที่แล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปฝึกอบรมการทำ “ตุ๊กตายางพารา” เพื่อให้ชาวบ้านนำความรู้ที่ได้ไปประกอบอาชีพเสริม แต่แรกๆ ยังอยู่ในลักษณะต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างขาย ขาดการพัฒนาฝีมือ และรูปแบบของสินค้า จึงทำให้คุณภาพของสินค้าย่ำอยู่กับที่

จากการสำรวจปัญหาทำให้ทราบว่า ชาวบ้านหมู่ที่ 6 บ้านหนองเป็ด ต.นาชุมเห็ด มีความต้องการพัฒนาอาชีพการทำ “ตุ๊กตายางพารา” เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากวัตถุดิบในท้องถิ่น จึงได้ทำการจัดตั้งกลุ่มซึ่งมีสมาชิก จำนวน 13 คน เพื่อไปศึกษาดูงาน และฝึกอบรมเพื่อพัฒนาฝีมือ ทำให้สามารถทำผลิตภัณฑ์ออกมามีคุณภาพดีขึ้น และได้พัฒนารูปแบบ หรือการผลิตตามความต้องการของตลาด ที่สำคัญยังเป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าของยางพาราในยุคที่ราคาตกต่ำ

สำหรับผลผลิตจากน้ำยางพาราดังกล่าว ประกอบไปด้วย พวงกุญแจรูปสัตว์ต่างๆ ซึ่งขายชิ้นละ 10 บาท ตุ๊กตาติดตู้เย็น ขายชิ้นละ 20 บาท และผลิตภัณฑ์ในรูปแบบอื่นๆ ตามที่ลูกค้าต้องการ โดยเน้นความหลากหลาย ความสวยงามน่าสนใจ ดูแลรักษาง่าย รวมทั้งสามารถใช้เป็นของประดับ ของตกแต่ง และของที่ระลึกได้ จึงมักถูกสั่งไปใช้เนื่องในงานมงคลต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ

นางปรึกษา พวงจันทร์ กล่าวว่า นับตั้งแต่ตั้งกลุ่มเมื่อปี 2545 มีการลงทุนเครื่องมือ และอุปกรณ์ไปแล้ว 2 แสนบาท โดยมี อบต.นาชุมเห็ด เป็นผู้เข้ามาสนับสนุน ขณะที่ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) ช่วยดูแลเรื่องการฝึกอบรม และสำนักงานพัฒนาชุมชน ช่วยดูแลเรื่องการตลาด ทำให้ผลิตภัณฑ์ได้รับความสนใจจากลูกค้าจากทั่วประเทศมาอย่างต่อเนื่อง

ต้นทุนหลักๆ ในการผลิตก็คือ น้ำยางข้น 60% ซึ่งต้องสั่งซื้อมาจากโรงงานโดยเฉพาะ กิโลกรัมละ 15-20 บาท โดยขึ้นอยู่กับราคาผลผลิตในท้องตลาดขณะนั้น บวกกับค่าสารเคมี ค่าวัสดุตกแต่ง ค่าไฟ และค่าแรง รวมประมาณ 70% จึงพอเหลือกำไรที่จะนำมาแบ่งปันกันในกลุ่มสมาชิก ส่วนตลาดที่นำสินค้าไปวางขายมีทั้งศูนย์สินค้า OTOP ที่ทำการกลุ่ม หรือไปออกร้านในช่วงงานเทศกาลต่างๆ ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ 0-7528-5073

ที่มาASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 กรกฎาคม 2556 11:14 น.
luckycat
 
Posts: 260
Joined: Fri Sep 16, 2011 11:26 am

Re: รวมข่าวยางพารา By Luckycat

Postby luckycat » Fri Jul 12, 2013 11:07 am

ยุุคล'ลงนามตั้งทีมพัฒนายางพาราและผลิตภัณฑ์ยางพารา
ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ(วันที่ 12 กค.56)

หลังจากที่รัฐบาลมีการปรับคณะรัฐมนตรีเมื่อเร็วๆ นี้ ด้านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีการปรับการบริหารหน่วยงานรัฐเช่นกัน

โดยเฉพาะหน่วยงานด้านยางพารา นำโดย รมว.กษ.ยุคล ลิ้มแหลมทอง นั่งแท่นบริหารดูแลเรื่องยางพารา พร้อมทั้ง ได้เดินหน้า แต่งตั้งทีมงานเพื่อพัฒนายางพาราและผลิตภัณฑ์ยางพาราให้ยั่งยืน

นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนายางพาราและผลิตภัณฑ์ยางพาราอย่างยั่งยืน ประกอบด้วยบุคคลและหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคเกษตรกรที่เกี่ยวข้องกับยางพารา โดยมีรองผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางที่ได้รับมอบหมาย เป็นคณะกรรมการด้วย รวมทั้งสิ้น 26 คน ร่วมกันศึกษา วิเคราะห์ เพื่อหาแนวทางในการพัฒนายางพาราและผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืนทั้งระบบ

โดยให้มีการประสานงาน สืบหา และเรียกใช้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งภายในกระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานภายนอก ตลอดจนลงพื้นที่ภาคสนามเพื่อศึกษาข้อมูลประกอบ เพราะขณะนี้ประชาคมอาเซียนจะเริ่มดำเนินการเปิดประเทศทั้งการค้า การลงทุน และการบริการในปี พ.ศ.2558 ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจยางพาราของประเทศไทยทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ รวมถึงขณะนี้ระบบเศรษฐกิจโลกมีปัญหา ซึ่งต้องใช้ระยะเวลายาวนานพอสมควรในการฟื้นตัวสภาพทางเศรษฐกิจ ทำให้ส่งผลกระทบต่อผู้ต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ยางพาราเช่นกัน ดังนั้น การวางแนวทางพัฒนายางพาราอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงวิถีชีวิตชาวสวนยางและความสามารถในการพัฒนาอุตสาหกรรมยางพารา เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องวางทิศทางและสร้างขีดความสามารถในการ เป็นผู้นำธุรกิจยางพาราในภูมิภาคอาเซียน เพื่อที่จะศึกษา และวิเคราะห์การพัฒนาภายใต้คณะกรรมการชุดนี้ เพื่อให้สามารถนำผลการศึกษานำไปใช้ประโยชน์ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยางพารา ทั้งระบบทั้งในระดับเกษตรกร จนถึงระดับประเทศชาติต่อไปได้

ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ(วันที่ 12 กค.56)
luckycat
 
Posts: 260
Joined: Fri Sep 16, 2011 11:26 am

Re: รวมข่าวยางพารา By Luckycat

Postby luckycat » Fri Jul 12, 2013 11:11 am

ยุคล"ผวา!สต๊อกยางซ้ำรอยจำนำข้าว เร่งเช็กปริมาณด่วน-ราคาโลกดิ่งไม่กล้าโละทิ้ง

นาย ยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์เปิดเผยว่า ตนจะเข้ามาดูแลหน่วยงานด้านยางพาราทั้งระบบ รวมถึงสต๊อกยางพารา 2 แสนตัน จึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินการใน 2 เรื่อง คือ 1.สต๊อกยางจะจัดการอย่างไร เพราะเก็บไว้ก็มีค่าใช้จ่าย ทั้งค่าฝาก ค่าดูแลรักษา ความเสียหาย ต้องดำเนินการโดยเร็ว ต้องเคลียร์ก่อนจะเดินหน้าในการบริหารจัดการยางต่อไป 2.ราคา ที่ขณะนี้กลายเป็นเรื่องทางการเมือง ต้องคุยกับเกษตรกรว่าราคาควรเป็นตามความเป็นจริง ยางเป็นสินค้าส่งออกเกือบทั้งหมด เพราะฉะนั้นราคายางขึ้นอยู่กับตลาดโลก ถ้าเราตั้งราคาสูงก็ส่งออกไม่ได้ ต้องยืดหยุ่นตามความเป็นจริง ต้นทุนของเกษตรกรต้องอยู่ได้

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเคยหารือกับสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) พบว่าราคาต้นทุนยางอยู่ที่ประมาณ 62 บาท/กิโลกรัม (ก.ก.) หากรัฐบาลต้องดำเนินมาตรการใดๆ ในการช่วยเหลือเกษตรกรก็ต้องใช้ตัวเลขต้นทุนนี้เป็นเกณฑ์ โดยมาตรการต้องมีสูตรต้นทุน บวกกับกำไร 30% เป็นราคาที่เกษตรกรควรจะได้ และรัฐบาลต้องดูแลหากราคาในตลาดโลกสูงกว่า ราคาต้นทุนบวกอีก 30% ก็ปล่อยไปตามกลไกตลาด แต่ถ้าราคาในตลาดโลกปรับลดลงมาต่ำใกล้เคียงราคาต้นทุนบวกกำไร 5% รัฐบาลต้องมีมาตรการเข้าช่วยเหลือหรือแทรกแซง

"ยอมรับว่า กังวลเรื่องปัญหาราคายางตกต่ำและปริมาณยางในสต๊อกรัฐบาลที่มีสูง ซึ่งยังไม่ได้ตัดสินใจระบายสต๊อกยางออก เพราะต้นทุนที่รัฐบาลซื้อยางเก็บอยู่ที่ราคา 100 บาท/ก.ก. มาถึงช่วงนี้จำเป็นต้องระบายออก เพราะหวั่นปัญหาสต๊อกยางจะซ้ำรอยปัญหาโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาล แต่ต้องทำความเข้าใจกับเกษตรกรว่าต่อไปนี้ราคายางคงต้องเป็นไปตามกลไกตลาด ต้องอยู่ได้ทั้งผู้ประกอบการและเกษตรกร" นายยุคลกล่าว

อย่าง ไรก็ตาม ยอมรับว่ายังไม่ได้คิดจะขายสต๊อกยางพาราทิ้งทันที เพราะขณะนี้ราคาในตลาดโลกตกต่ำ และสต๊อกยางพาราในประเทศคู่ค้าอย่างจีนมีจำนวนมากกว่า 3 แสนตัน หากขายตอนนี้ก็ขาดทุน ดังนั้น อาจมีรูปแบบอื่นในการระบายสต๊อก โดยจะเชิญเอกชน ผู้ส่งออกเข้ามาหาทางออกร่วมกันในเร็วๆ นี้ หลังจากที่สรุปตัวเลขสต๊อกยางทั้งหมดว่ามีปริมาณเท่าไหร่

นาย ยุคลกล่าวว่า ได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนายางพาราและผลิตภัณฑ์ยางพาราอย่างยั่งยืน ประกอบด้วยบุคคลและหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคเกษตรกรที่เกี่ยวข้องกับยางพารารวม 26 คน ร่วมกันศึกษา วิเคราะห์ เพื่อหาแนวทางในการพัฒนายางพาราและผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืนทั้งระบบ

ที่มา: ข่าวสด(วันที่ 12 กค.56)
luckycat
 
Posts: 260
Joined: Fri Sep 16, 2011 11:26 am

Re: รวมข่าวยางพารา By Luckycat

Postby luckycat » Mon Jul 15, 2013 9:14 am

"ยุคล"ล้างสต๊อกยางพารา2แสนตัน ตั้งเป้าราคาใช้"ต้นทุน"บวกกำไร30%ช่วยชาวสวน
ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ (วันที่ 14 กรกฎาคม 2556)

"ยุคล" ประเดิมงานกำกับดูแลยางพารา เตรียมล้างสต๊อกก่อนเดินหน้าแก้ปัญหาราคา พร้อมใช้มาตรการกำกับดูแลหากราคายางอยู่ในระดับต้นทุนบวกกำไรไม่เกิน 30% ภาคเอกชนเห็นด้วย แต่ไม่ควรประมูลขายให้ผู้ส่งออก

นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังจากรับเรื่องยางพารามาดูแลต่อจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯคนเก่าว่า การดูแลเรื่องยางพาราต้องดูแล 2 อย่างคือ สต๊อกยางในโครงการของรัฐบาลที่มีอยู่ 2 แสนตัน ซึ่งต้องดูว่าจะจัดการอย่างไร เพราะการเก็บยางไว้ล้วนก่อให้เกิดค่าใช้จ่าย ทั้งค่าเช่าโกดัง ค่าดูแลรักษา ความเสียหาย ดังนั้นต้องดำเนินการโดยเร็ว ต้องเคลียร์ก่อนจะเดินหน้า ถ้าล้างสต๊อกไม่ได้จะเป็นอุปสรรคต่อการเดินหน้าต่อ

ขณะนี้อยู่ระหว่างให้องค์การสวนยาง (อ.ส.ย.) ไปตรวจว่าสต๊อกจริงมีเท่าใด อยู่ในรูปแบบใด สัดส่วนเท่าใด ต้องเอาตัวเลขมาคุย และจะคุยกับคณะกรรมการคณะต่าง ๆ ว่าจะทำอย่างไร โดยส่วนตัวยังไม่ได้คิดจะขายทิ้งทันที อาจจะมีรูปแบบอื่น จะเชิญเอกชนมาคุยหาทางออกในการดูแลจัดการในเร็ว ๆ นี้

ส่วนเรื่องที่สองที่ต้องดูแลคือราคา ซึ่งที่ผ่านมาเรื่องนี้กลายเป็นเรื่องทางการเมือง จากนี้ต้องคุยกับเกษตรกรว่าราคาควรจะเป็นตามความเป็นจริง ยางเป็นสินค้าที่ไทยส่งออกเกือบทั้งหมด เพราะฉะนั้นราคายางขึ้นอยู่กับตลาดโลก ถ้าตั้งราคาสูงก็ส่งออกไม่ได้ ต้องยืดหยุ่นตามความเป็นจริง และเกษตรกรต้องอยู่ได้ ขณะนี้ให้คณะทำงานประชุมเตรียมการระดับหนึ่งแล้วเคยมีการคุยเรื่องต้นทุนกับสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ได้แนวทางว่า ราคายางพาราควรทำเหมือนสินค้าตัวอื่นที่ สศก.ทำ คือเอาต้นทุนบวกอีก 30% ของต้นทุน ถ้าราคาตลาดเกินต้นทุนบวก 30% ก็ไม่ต้องทำอะไร แต่ถ้าราคาอยู่ระหว่างต้นทุนบวก 30% ของต้นทุน ต้องมีมาตรการกำกับดูแล และถ้าราคาต่ำคือต้นทุนบวก 5% ต้องมีมาตรการของรัฐบาลเข้าไปเสริม

"ต้องทำความเข้าใจกับเกษตรกรว่าต่อไปนี้เรื่องยางคงต้องเป็นไปตามกลไกตลาด ต้องอยู่ได้ทั้งผู้ประกอบการและเกษตรกรเอง ต้องปรับความคิดกันใหม่ วางแผนว่าจะคุยกับสภาเกษตรกร โดยมีเกษตรกรที่ไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อรัฐบาลเป็นตัวแทนหารือว่าราคายางควรจะเป็นอย่างไร น่าจะมองที่การอยู่ได้อย่างยั่งยืนของเกษตรกรมากกว่าการตั้งราคาแบบทุบหัวเข้าบ้าน"

นายยุคลกล่าวอีกว่า การที่ราคายางตกต่ำในขณะนี้ สถานการณ์เรื่องค่าเงินกระทบไม่มาก เพราะค่าเงินบาทได้อ่อนตัวลงมาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่ที่มีปัญหาคือสต๊อกยางของจีนที่มีอยู่ประมาณ 3 แสนตัน ทั้งนี้มาตรการความร่วมมือของบริษัท ร่วมทุนยางพาราระหว่างประเทศ จำกัด (IRCo) ก็ไม่เป็นผล เพราะอีก 2 ประเทศสามารถขายยางได้ปกติ ไม่มียางในสต๊อกมากเหมือนไทย ถ้าดึงภาคเอกชนมาลงทุนในประเทศไทยได้จะสามารถแก้ปัญหาได้หลายอย่าง

นายหลักชัย กิตติพล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์ยางพารารายใหญ่ กล่าวว่า การจะแก้ไขปัญหาราคายางในประเทศตกต่ำนั้นเป็นเรื่องที่แก้ยาก เพราะราคายางต่างประเทศยังต่ำกว่าราคาในประเทศ เห็นด้วยกับการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯเห็นว่าต้องจัดการสต๊อกยางก่อน เพราะสต๊อกยางที่มีอยู่เป็นปัญหากดให้ราคายางในประเทศไม่เพิ่มขึ้น

ส่วนแนวทางการระบายนั้นในความเห็นส่วนตัวคิดว่า ถ้ารัฐบาลนำยางในสต๊อกมาขายให้ผู้ประกอบการในประเทศ โดยยอมขาดทุนขายในราคาต่ำกว่าราคาตลาด จะทำให้ยางในสต๊อกหายไปได้ แต่แนวทางนี้ยังไม่ดีเท่าการนำไปใช้ทำถนน หรือทำหมอนรองรถไฟในโครงการรถไฟความเร็วสูงของรัฐบาล เพราะการนำยางในสต๊อกของรัฐบาลออกมาขายให้เอกชน เป็นเพียงการหมุนเวียนยางในตลาดภายใต้ความต้องการใช้ที่เท่าเดิม เพียงแต่ผู้ประกอบการเปลี่ยนจากการซื้อยางในตลาดมาซื้อจากสต๊อกของรัฐบาล แต่หากนำไปใช้ประโยชน์ดังที่กล่าวมาจะเป็นการเพิ่มความต้องการใช้ใหม่

นอกจากนั้น นายหลักชัยกล่าวถึงโครงการตั้งกองทุนเข้าซื้อยางในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า (เอเฟต) ว่า เมื่อรัฐมนตรีช่วยว่าการที่เป็นคนริเริ่มโครงการพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว คงต้องรอดูว่ารัฐมนตรีว่าการที่เข้ามาดูแลจะมีความเห็นอย่างไร

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ (วันที่ 14 กรกฎาคม 2556)
luckycat
 
Posts: 260
Joined: Fri Sep 16, 2011 11:26 am

Re: รวมข่าวยางพารา By Luckycat

Postby luckycat » Mon Jul 15, 2013 9:18 am

"ยุคล" เผย "อียู" ไม่ได้ลดการนำเข้ายางพารา แต่เปลี่ยนประเทศซื้อ ไม่ใช่ไทย
ที่มา : มติชนออนไลน์ (วันที่ 15 กรกฎาคม 2556)

นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยในการเปิดงานสัมมนาเรื่อง "การลดต้นทุนการผลิตการเพิ่มผลผลิตของยางไทยเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน" ว่า ผลผลิตยางพาราไทยมีประมาณ 3.8 ล้านตันต่อปี หรือ 40% ของผลผลิตทั่วโลกที่มีประมาณ 7 ล้านตัน ในปี 2555 ไทยมีการส่งออกทั้งปีประมาณ 3.2 ล้านตัน การส่งออกยางลดลงหรือใกล้เคียงจากปีก่อน ซึ่งที่ผ่านมาต่างประเมินอุตสาหกรรมยางชะลอตัวจากปัญหาเศรษฐกิจสหภาพยุโรป (อียู) แต่เมื่อดูตัวเลขการนำเข้าของอียู ปรากฏว่าอียูไม่ได้ลดการนำเข้ายางพาราแต่อย่างใด เพียงแต่มีการเปลี่ยนประเทศซื้อจากเดิมที่ซื้อจากประเทศไทยเปลี่ยนเป็นประเทศอื่น

ทั้งนี้ ปัญหาของยางพาราไทย คือเรื่องของราคา ปัญหาราคาตกต่ำ ยางพาราไทยขายไม่ออก สู้คู่แข่งไม่ได้ เพราะที่ผ่านมามีการเอาราคาเป็นตัวตั้ง ประกาศราคายางพาราที่ 120 บาทต่อกิโลกรัม (บาท/กก.) ซึ่งต่อจากนี้ราคาดังกล่าวไม่มีทางเป็นไปได้อีก เพราะขณะนี้ราคาโลกอยู่แค่ 70 บาท/กก.เท่านั้น ที่ผ่านมาไทยพยายามหารือร่วมกับบริษัท ร่วมทุนยางพาราระหว่างประเทศ จำกัด (เออโก้) ที่มี มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทยเป็นสมาชิก เพื่อกำหนดราคาเพราะ 3 ประเทศถือเป็นผู้ผลิตยางรายใหญ่ของโลก แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ราคาในตลาดโลกยังคงปรับตัวลดลง

ที่มา : มติชนออนไลน์ (วันที่ 15 กรกฎาคม 2556)
luckycat
 
Posts: 260
Joined: Fri Sep 16, 2011 11:26 am

Re: รวมข่าวยางพารา By Luckycat

Postby luckycat » Mon Jul 15, 2013 12:18 pm

รมว.​เกษตรฯสั่งตั้งคกก.ตรวจสอบสต็อกยาง-วิ​เคราะห์ต้นทุน ตั้ง​เป้า​แก้ปัญหาราคา
ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์(วันที่ 15 กค.56)

นายยุคล ลิ้ม​แหลมทอง รองนายกรัฐมนตรี ​และ รมว.​เกษตร​และสหกรณ์ ​เปิด​เผย​ใน​โอกาสปาฐกถาพิ​เศษ​ในงานสัมมนา​เรื่อง"​การลดต้นทุน​การผลิต ​การ​เพิ่มผลผลิตของยาง​ไทย​เพื่อ​เพิ่มศักยภาพ​การ​แข่งขัน​ในประชาคม​ เศรษฐกิจอา​เซียน"ว่า ​แม้ว่าประ​เทศ​ไทยจะส่งออกยางพารา​ได้​เป็นสินค้าอันดับหนี่งของประ​เทศ ​โดยปีที่​แล้วมีปริมาณ​การส่งออกยางพารา​ถึง 3.2 ล้านตัน ​แต่​เมื่อพิจารณามูลค่ากลับลดลงกว่าปกติ ​และราคายางปัจจุบันยัง​ไม่มีทิศทางที่จะปรับตัว​เพิ่มสูงขึ้นสอดคล้องกับ ราคาน้ำมัน ​จึง​เป็น​เรื่อง​เร่งด่วนที่ต้องมาร่วมกันพิจารณา​ถึงสา​เหตุที่​เกิดขึ้น

​แต่​ทั้งนี้ จาก​การประ​เมิน​เบื้องต้นน่าจะมาจากภาวะ​เศรษฐกิจ​ในประ​เทศ​ผู้นำ​เข้า หลัก ​ได้​แก่ สหรัฐอ​เมริกา กลุ่มสหภาพยุ​โรป ​และจีน ที่ยังฟื้นตัวช้า​หรือยังทรงตัวอยู่ ​จึงยังคง​ทำ​ให้มีปริมาณสต็อกยาง​เก่าค้างอยู่ ขณะที่​ในส่วนของสต็อกภาย​ในประ​เทศที่ยัง​ไม่ทราบ​ถึงปริมาณที่​ได้ชัด​ก็​ ได้สั่ง​การ​ให้ปลัดกระทรวง​เกษตรฯตั้งคณะกรรม​การขึ้นมา 1 ชุด​เพื่อตรวจสอบปริมาณยาง​ในสต็อก​โดย​เร่งด่วน​แล้วรวม​ถึงมาตร​การ​ใน​ การระบายสต็อกยางจะ​เป็นอย่าง​ไร​ก็ต้อง​เป็น​เรื่องที่ต้องพิจารณากันต่อ​ ไป

อย่าง​ไร​ก็ตาม ​แนวทาง​การ​แก้​ไขปัญหาราคายางที่กระทรวง​เกษตรฯ จะ​เข้ามาดำ​เนิน​การ​เป็นอันดับ​แรก คือ ​การคิดต้นทุน​การผลิตยางที่ชัด​เจน ​เพื่อ​ให้ราคายางพารามี​เสถียรภาพที่​แท้จริง​เป็นตามกล​ไกตลาด ​ซึ่งหาก​ความต้อง​การของตลาดมากกว่าปริมาณ​การผลิตราคายาง​ก็อาจจะสูง​ถึง 150 บาท/กก.​ก็​เป็น​ได้

"ถ้า​เรายังติดประ​เด็นที่​การกำหนดราคายาง​เป็นตัวตั้ง ​โดย​ไม่นำปัจจัย​แวดล้อมอื่นๆ ​เช่น ภาวะ​เศรษฐกิจ​โลกมาพิจารณาจะ​ทำ​ให้​ไม่สามารถ​แก้ปัญหาด้านราคา​ได้ ​แต่กลับจะสร้างปัญหา​ใหม่ขึ้น ดังนั้น ​ผู้​เกี่ยวข้องจะต้องร่วมกันหาข้อ​เท็จจริง​ให้​ได้ว่าต้นทุนของ​การผลิต ยางอยู่ที่​ไหน​แล้วราคาที่​เกษตรกรอยู่​ได้​เป็น​เท่า​ไหร่ ถือ​เป็น​เรื่องสำคัญที่ต้องคุยกันอย่างจริงจัง​โดยมี​เกษตรกร​เข้ามามีส่วน ร่วม ​ทั้ง​ในด้าน​การบริหารจัด​การตั้ง​แต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ​และปลายน้ำ ​โดย​เฉพาะ​การส่ง​เสริม​การ​แปรรูปยางภาย​ในประ​เทศ

​ทั้งที่ประ​เทศ​ไทยมีศักยภาพพร้อม​ในหลายๆ ด้านที่น่าจะมี​การลงทุนด้าน​การ​แปรรูปยาง​ในประ​เทศ ​แต่บริษัท​ใหญ่ๆ กลับ​ไปลงทุนที่ประ​เทศ​เพื่อนบ้าน ​เช่น กัมพูชา ​เวียดนาม ​เป็นต้น ​จึง​เป็น​เรื่องสำคัญที่ต้องอาศัย​ความร่วมมือจาก​ผู้​เกี่ยวข้อง​ทั้งภาค รัฐ ​เอกชน ​และ​เกษตรกรที่จะร่วมกันพัฒนาตัว​เอง ​เพิ่มประสิทธิภาพ​การผลิต​โดยนำ​เทค​โน​โลยีต่างๆ มา​ใช้​เพื่อลดต้นทุน​การผลิต ผลักดันตลาดส่งออก ​เพื่อ​ให้ประ​เทศ​ไทย​เป็นศูนย์กลางยางพาราของอา​เซียนตามยุทธศาสตร์ยางที่ กำหนด​ไว้​ให้​ได้" นายยุคล กล่าว

ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์(วันที่ 15 กค.56)
luckycat
 
Posts: 260
Joined: Fri Sep 16, 2011 11:26 am

Re: รวมข่าวยางพารา By Luckycat

Postby luckycat » Mon Jul 15, 2013 12:20 pm

วง​การยาง ระดมสมอง​แนะ​เร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นน้ำ-ปลายน้ำ รับ AEC
ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์(วันที่ 15 กค.56)

นายวร​เทพ วงศาสุทธิกุล นายกสมาคมน้ำยางข้น​แห่งประ​เทศ​ไทย กล่าว​ใน​การสัมมนา​การลดต้นทุน​การผลิต ​การ​เพิ่มผลผลิตของยาง​ไทย ​เพื่อ​เพิ่มศักยภาพ​การ​แข่งขัน​ในประชาคม​เศรษฐกิจอา​เซียนว่า ​การลดต้นทุน​การผลิตยาง​ไทยคง​ทำ​ได้ยาก ​แต่ถ้า​เปลี่ยน​เป็นพัฒนาต่อยอดจากผลิตภัณฑ์ต้นน้ำ​ไป​เป็นผลิตภัณฑ์กลาง น้ำ​และปลายน้ำน่าจะ​เป็นทาง​เลือกที่ดีกว่า

นอกจากนี้ ​เอ​เชีย​เป็นภูมิภาคที่มี​การส่งออกยางสูง​ถึง 75% ของ​การส่งออกยาง​ทั้ง​โลก ​โดย​ไทย อิน​โดนี​เซีย ​และ​เวียดนาม คือ 3 ประ​เทศ​ผู้ส่งออกราย​ใหญ่ ​โดย​ไทย​เป็น​ผู้ส่งออกยาง​แผ่น​และ​เป็น​ผู้ส่งออกน้ำยางข้น​เบิอร์ 1 ขณะที่ญี่ปุ่น​และจีนคือคู่ค้าราย​ใหญ่ของ​ไทย​ทั้ง​ในอดีตที่ผ่านมา​และจะ ยัง​เป็นคู่ค้าที่ดี​ในอนาคต

"มองว่าอนาคตยาง​แผ่น​และน้ำยางข้นของ​เรา​ไม่ลำบาก ถือ​เป็นจุด​แข็งของ​ไทย ​เราสามารถ​เป็น​ผู้กำหนดราคาขาย​ได้ ถ้ารัฐบาลมอง​เห็นจุด​แข็งตรงนี้ ​และควรประกาศ​ให้ทั่ว​โลกรู้​ถึง​ความสำคัญนี้"นายวร​เทพ กล่าว

นายวร​เทพ ยัง​แนะนำว่า ถ้าจะสู้​ใน AEC ต้องรีบ​โค่นยาง​เก่าทิ้ง​ให้หมด ​และปลูกยางสายพันธุ์​ใหม่ ​ซึ่ง​เวลานี้ประ​เทศ​เพื่อนบ้านปลูกยางพันธุ์​ใหม่ล่วงหน้า​เรา​ไป​แล้ว ประมาณ 3 ปี

"ถ้า​เรารีบปลูกยาง​ใหม่ตอนนี้ยังทัน ยังสู้​ได้ ​แต่ถ้ายืนต้นยาง​เก่า​เอา​ไว้ รอ​ให้หมดอายุ​ไป​เอง​แล้วปลูก​ใหม่ อาจจะ​โต​ไม่ทัน ​เรา​ก็จะ​เสีย​เปรียบ​ใน​การ​แข่งขัน​และ​การ​ทำตลาด"

ขณะที่นายธนิต ​โสรัตน์ ​เลขาธิ​การ สภาอุตสาหกรรม​แห่งประ​เทศ​ไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า คณะกรรม​การส่ง​เสริม​การลงทุน (BOI) จะต้องส่ง​เสริมนักลงทุน​ทั้ง​ไทย​และต่างชาติ ​ซึ่งมี​เทค​โน​โลยี​การผลิต ​และมีตลาดรองรับ หาก​เป็นอุตสาหกรรมต่างชาติ จะต้องมี​เงื่อน​ไข​การถ่าย​โอน​เทค​โน​โลยี​ให้กับคน​ไทย ต้องมี​การ​ให้ทุนวิจัย​ใน​การนำยางมาพัฒนา​เป็นผลิตภัณฑ์ ​ทั้งด้านอุตสาหกรรมต่อ​เนื่อง ​หรือ​การ​ใช้​ในบ้าน ​และ​หรือด้าน​โครงสร้างพื้นฐาน ​หรือ​เพื่อ​การชลประทาน กำหนดอุตสาหกรรมตัวอย่างที่​เป็น Best Practice ​เพื่อ​ให้​เป็นสถานดูงาน​หรือฝึกงานของ​เกษตรกรสวนยาง ​และ​หรือลูกหลาน​เกษตรกร

​ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ประ​เทศ​ไทยขาด​การบูรณา​การคลัส​เตอร์ยาง ขาด​การ​เชื่อม​โยง​และ​ไม่​เอื้อ​ซึ่งกัน​และกัน ระหว่างชาวสวนยาง-​การ​แปรรูปยาง​เชิงวัตถุดิบ ​และอุตสาหกรรม​แปรรูปผลิตภัณฑ์ยาง ​โดย​โครงสร้าง​การผลิตยัง​เป็น​แบบต่างคนต่าง​ทำ ​การขาดยุทธศาสตร์​แปรรูปผลิตภัณฑ์ยาง​เป็นวาระ​แห่งชาติ ประ​เทศ​ไทยขาดทิศทาง​การพัฒนายกระดับอุตสาหกรรมยาง​และขาด​การวาง ยุทธศาสตร์อย่าง​เป็นระบบ​ใน​การ​แปรรูปยางดิบ​ไป​เป็นผลิตภัณฑ์ยาง​เพื่อ สร้างมูลค่า​เพิ่มจากผลิตภัณฑ์ยาง ขาด​การสนับสนุน​ทั้งด้าน​เทค​โน​โลยี​การผลิต ​และ​เชิง​การตลาด​ใน​การ​เพิ่มมูลค่ายางธรรมชาติ ​ไปสู่อุตสาหกรรม​แปรรูปผลิตภัณฑ์ยาง (ปัจจุบันยังอยู่​ในระดับ OTOP วิสาหกิจชุมชน) ​การพัฒนา​แปรรูปผลิตภัณฑ์ยางยังอยู่​ใน​เชิง​เกษตรกรชาวสวนยาง มากกว่า​การพัฒนา​ไปสู่​การพัฒนา​เชิงพาณิชย์

ด้านนายปรีดี ลีลา​เศรษฐวงศ์ ที่ปรึกษาสมาคมน้ำยางข้น​ไทย กล่าวว่า ควรส่ง​เสริม​ความร่วมมือชาติอา​เซียน​ให้มียุทธศาสตร์ยางร่วมกัน, ปรับปรุงกฎหมายยาง ​เงิน CESS ​ให้สามารถ​แข่งขัน​ได้, ส่ง​เสริม​การรวมกลุ่ม​เกษตรกร ​และขึ้นทะ​เบียน​เกษตรกรทั่วประ​เทศ

, จัด​ทำ​โซนนิ่งยาง​เพื่อ​ให้มีศักยภาพ​การผลิตสูงขึ้น, จัด​ทำต้นทุน​การผลิตยางของ​เกษตรกร ​ให้​เป็นที่ยอมรับ​ได้ทุกฝ่าย ​และส่ง​เสริมสวัสดิ​การสังคม​แก่​เกษตรกร ​ผู้​ได้รับผลกระทบราคายางตกต่ำ

ส่วนนายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภา​การยางพารา​แห่งประ​เทศ​ไทย กล่าวว่า ​เวลานี้ชาวสวนยางรู้สึกน้อย​ใจรัฐบาลที่ละ​เลย​การดู​แลปัญหาราคายางตกต่ำ ​ความสำคัญกับ​เรื่องน​โยบาย​การรับจำนำข้าว​ทั้งๆที่ยาง​ทำราย​ได้​ให้กับ ประ​เทศปีละ 6 ​แสนล้านบาท ขณะที่ข้าว​ทำราย​ได้​ให้ประ​เทศ​เพียงปีละ 1 ​แสนล้านบาท​เท่านั้น

"​เข้า​ใจว่าปัญหาที่​เกิดขึ้นกับสินค้าข้าว​เป็นผลมาจาก​การบริหารงาน ที่ผิดพลาด ​เปิดช่องทุจริต ​ไม่​โปร่ง​ใส รัฐบาล​ก็ต้อง​เข้ามาดู​แล​แก้ปัญหา ​แต่ยาง​ก็​ไม่ควรละ​เลย ยิ่ง​ใกล้จะ​เปิด AEC ด้วย​แล้ว ​แต่​การจัด​การสินค้า​เกษตรที่​เกี่ยวกับยางยัง​ไม่มีประสิทธิภาพ​เท่าที่ ควร ต้นทุน​การผลิตของ​เกษตรกรยังสูง ถ้า​เรา​ไม่รีบ​ทำอะ​ไรตอนนี้​เกรงว่ายาง​ไทยจะ​เสีย​เปรียบชาติอื่นๆ"นาย อุทัย กล่าว

อีก​ทั้ง​การ​เ​ก็บ​เงินสง​เคราะห์​การ​ทำสวนยาง (CESS) ​ในอัตรา 5 บาท/กก. ขณะที่ประ​เทศ​เพื่อนบ้านอย่างอิน​โดนี​เซีย ​เวียดนาม ลาว พม่า กัมพูชา ​ไม่มี​การ​เรียก​เ​ก็บ​เงิน CESS ​แต่อย่าง​ใดจะยิ่ง​ทำ​ให้​ไทย​เสีย​เปรียบ

"​เรื่อง​เงิน CESS ​เราพูดกันมานานมาก​แต่​ก็ยัง​ไม่มีอะ​ไร​เปลี่ยน​แปลง ถือ​เป็น​การถ่วง​ความ​เจริญ​ใน​การพัฒนาอุตสาหกรรมยาง​ไทยอย่างมาก"นาย อุทัย กล่าว

นายอุทัย กล่าวต่อว่า ขณะนี้​เป็นช่วง​เวลาที่​เหมาะสม​ใน​การนำ​เสนอ​แผนพัฒนายางพาราครบวงจรปี 2557-2561 ต่อ​เนื่องจากยุทธศาสตร์พัฒนายางพารา พ.ศ.2552-2556 ประกอบกับปี 2558 ประ​เทศ​ไทย​เป็น 1 ​ใน 10 ประ​เทศที่จะ​เข้าสู่ประชาคม​เศรษฐกิจอา​เซียน (AEC) ​การกำหนดยุทธศาสตร์ด้านยางพาราของประ​เทศ​ไทย ​ซึ่ง​เป็น​การระดม​ความคิด​เห็น​และข้อ​เสนอ​แนะจากทุกภาคส่วน​ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ ​และปลายน้ำ จะ​ทำ​ให้​เห็นทิศทาง​ใน​เรื่อง​การผลิต ​การส่งออก​และ​การบริ​โภคภาย​ในประ​เทศ รวม​ถึงปัญหาอุปสรรคต่างๆชัด​เจนขึ้น

ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์(วันที่ 15 กค.56)
luckycat
 
Posts: 260
Joined: Fri Sep 16, 2011 11:26 am

PreviousNext

Return to คุยได้ทุกเรื่องเกี่ยวกับยางพารา

Who is online

Users browsing this forum: Google [Bot] and 2 guests